บันทึกพิเศษแห่งริบลา : เทพสงคราม
posted on 10 Jan 2012 22:22 by ejichiki in Ficท่ามกลางหมู่ดาวระยับที่คอยอวดแสงของตนประชันกันในคืนเดือนมืด กลางทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาที่มีสีเขียวขจีในยามกลางวัน เด็กหญิงสองคนต่างยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าแห่งนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้นราวกับทั้งคู่เป็นเพียงรูปปั้นที่ถูกวางเอาไว้
เด็กหญิงคนแรกแหงนหน้าตนขึ้นมองท้องฟ้า เธอยืนตัวตรงมองท้องฟ้ากว้างไกลด้านบนด้วยรอยยิ้มกริ่ม
ส่วนเด็กหญิงคนที่สองกลับไม่ทำเช่นนั้น มือน้อยๆของเธอโอบกุมแขนของเด็กหญิงคนแรกเอาไว้แน่น และแม้สายตาของเธอจะมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าเฉกเช่นเดียวกับเด็กหญิงคนแรก แต่สายตาของเธอ กลับจ้องมองเพียงใบหน้าของเด็กหญิงคนแรกเท่านั้น
10 ปีต่อมา
" พี่ ..ท่านพี่ "
เด็กสาวร่างเล็กร้องเรียกพี่ของเธอด้วยความเป็นห่วง เด็กสาวเดินร้องเรียกพี่สาวของเธอไปตามทางเดินข้างลำธารขนาบด้วยภูผาหินสูงชันโดยไม่หวั่นเกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพราะภายในใจของเธอร้อนรุ่มเกินกว่าความกลัวรอบๆกายไปซะแล้ว เด็กสาวยังคงร้องตะโกนต่อไปเรื่อยๆซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเธอมองเห็นเด็กสาวอีกคนนั่งอยู่บนโขดหินที่ตั้งตระหง่านสูงชันขึ้นไปบนท้องฟ้าจากการเรียงตัวกันของหินก้อนใหญ่นับสิบๆก้อนราวกับเจดีย์หินที่ผู้คนมักวางเรียงกันไว้ริมหาดทราย เพียงแต่ขนาดของมันใหญ่กว่าสักพันเท่าเท่านั้นเอง
" มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ท่านพี่ " เด็กสาวตะโกนถาม
ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากเด็กสาวที่เธอเรียกว่าพี่สาว เธอต้องรอคอยอยู่นานกว่าที่จะมีบางอย่างถูกเอ่ยออกมา
" จักรวาลนี้กว้างใหญ่นะ ว่าไหม? มาว "
" เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วล่ะ ท่านพี่ แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าคือข้าวเย็นนะค่ะ "
" หึหึ !! " หญิงสาวหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เธอกระโดดลงมาจากเจดีย์หินสูงอันนั้นสู่พื้นดิน พลางโอบกอดคอน้องสาวของเธอด้วยท่าทีดุจมิตรสหาย พร้อมๆกับรอยยิ้มและเสียงท้องร้องที่ดังลั่น
" ไปกันเถอะ มาว คอยดูนะซักวัน พี่จะออกสู่อวกาศอันกว่าใหญ่ไพศาล พี่จะท่องเทียวไปให้ทั่วทั้งจักรวาล มิติ แล้วก็มหามิติทั้งหมดที่มีอยู่เลย คอยดูนะ แล้วพี่จะพาน้อง... "
คำพูดของเด็กสาวแผ่วลงจนได้ยินไม่เป็นประโยค ภาพของเด็กทั้งสองกลับเลือนรางจนกลายเป็นภาพขาว ตามด้วยเสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายที่ดังอยู่ด้านนอก
บันทึกพิเศษแห่งริบลา : เทพสงคราม
ภาพเพดานสีขาวที่ย้อมเป็นสีส้มจากแสงโคมไฟที่อยู่ด้านบนเข้ามาแทนที่ภาพเด็กสาวสองคนเมื่อสักครู่ โฟกัสสายตาที่เบิกกว้างเมื่อครู่กลับต้องบีบแคบลงเมื่อเจอกับแสงไฟที่สะท้อนออกมาเป็นครั้งแรก หลังจากที่นอนหลับมาหลายชั่วโมง
" ฝัน ? " หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางมองลอดออกไปนอกหน้าต่างทรงกลมที่ติดอยู่ข้างกำแพง
" เอาเถอะ แล้วสักวัน.. กัปต๊านนน !! "
เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกยังดังต่อเนื่องไม่หยุด จนหญิงสาวที่นอนอยู่เริ่มหมดอารมณ์ที่จะเพ้อฝันยามตื่นนอน แล้วมันก็ทำให้เธอเริ่มที่จะอารมณ์เสียแล้วด้วย ทำไมน่ะรึ?
นั่นก็เพราะมีคนมาก่อกวนเธอเวลานอนนะสิ
โครมม !!
" อะไรกันนักหนา เจ้าพวกเศษขยะอวกาศ "
ประตูห้องที่ถูกสร้างมาอย่างดีด้วยเหล็กกล้าหนามากกว่าสามชั้น น้ำหนักรวมมากกว่าสิบตันถูกกระแทกให้เปิดออกด้วยเท้าจนกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอนปลิวกระจุยกระจายด้วยแรงผลัก หญิงสาวผมสีขาวยาวสยายในชุดโจรสลัดสีดำก้าวออกมาจากห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เธอมองซ้ายแลขวาไปทางคนกลุ่มคนหน้าห้อง ก่อนที่ร่างของหนึ่งในนั้นจะพุ่งเข้ามาให้หญิงสาวเกาะกุมด้วยพลังบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
" กล้าดียังไง มาปลุกชั้นตอนที่กำลังฝันหวาน ห๊ะ? พวกแก!! "
" ใจเย็นกับตัน ตอนนี้เรามีเรื่องอื่นสำคัญกว่านะคร๊าบบ "
" ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเวลาส่วนตัวของชั้นทั้งนั้น " หญิงสาวตวาดลั่น
ทุกเสียงเงียบกริบลง ร่างของชายผู้นั้นร่วงกราวไปยืนกับพื้น ร่างกับตันของพวกเขาก้าวเดินไปตามห้องโถงเรือด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อจนพวกเขาแทบจะตามไม่ทัน แม้ปากเธอจะพูดไปแบบงั้น แต่เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เธอกับลุกเรือออกเดินทางท่องจักรวาลมาเนิ่นนาน ฉะนั้นเรื่องสำคัญของพวกเขามันก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง แต่เรื่องที่จะต้องมารบกวนเวลาพักผ่อนของเธอนั้น แสดงว่าเป็นเรื่องที่พวกเขารับมือไม่ไหวแน่นอน
หนึ่งในนั้นจะต้องมีอะไรซักอย่างเข้ามาในนี้แน่
แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ เมื่อหญิงสาวเปิดประตูใหญ่ตรงหน้า สิ่งแรกที่เธอเห็น นอกจากดาดฟ้าเรือที่ทำด้วยไม้อิกดร้าที่มีความคงทนยาวนานกับเหล่าชายหนุ่มหลากหลายรูปร่างหน้าตาซึ่งเป็นลูกเรือของเธอแล้วนั้น เธอยังเจออาคันตุกะแปลกหน้าที่เธอไม่เคยพบหน้าค่าตาอยู่บนเรืออีกคน
ที่สำคัญ !! คนๆนั้นยังกำลังลงมือฟาดฟันลูกเรือของเธอด้วยดาบในมืออีกด้วย
โครม !!
" เธอเป็นใคร ? กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายลูกเรือที่น่ารักของชั้น " หญิงสาวร้องลั่นเมื่อเห็นร่างของลูกน้องตัวเองกำลังถูกฟันกระเด็นกระดอนไปมาด้วยฝีมือของหญิงสาวอีกคนในชุดเมดยุโรปขาวน้ำเงิน พร้อมดาบคาตานะสีแดงเข้มในมือทั้งสองข้างของเธอ
" กัปตัน ! มาช่วยพวกเราแล้ว "
เหล่าลูกเรือโห่ร้องดังลั่นเมื่อหญิงสาวที่พวกเขายินยอมพร้อมใจเรียกว่ากัปตันปรากฏตัวออกมา เธอถึงกับถอนหายใจให้กับความอ่อนหัดของลูกเรือตัวเองที่จัดการไม่ได้แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง
" หึ "
" ถึงลูกน้องของชั้นจะเป็นเศษขยะที่ไร้ซึ่งค่าใดๆต่อจักรวาล แต่ยังไงซะ คนพวกนี้ก็เป็นเศษเดนที่เดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชั้นมาแสนนาน ชั้นไม่ยกโทษให้คนที่ทำร้ายพวกนี้หรอกนะ "
หญิงสาวตะโกนอย่างหัวเสีย ต่างกับเสียงลูกน้องเธอที่เงียบลงไปทันที่ที่ได้ยินคำกล่าวของเธอ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกในนิสัยของหัวหน้าตัวเองว่าคงไม่ได้คิดอะไรกับคำพุดเมื่อกี้แน่ แต่การเอาพวกเขาไปเทียบกับเศษขยะจักรวาลมันก็ทำให้หดหู่อยู่เหมือนกัน แล้วยิ่งเทียบต่ำลงไปถึงเศษเดนจักรวาลอีกซะงั้น มันทำให้ลูกเรือของเธอเหงาหงอยลงไปไม่น้อยทีเดียว
แต่ หญิงสาวนิรนามที่บังอาจบุกรุกเข้ามาบนยานของเธอกลับไม่สนใจคำพูดของเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวนางนั้นเหลือบมองเธอนิดหน่อย ก่อนจะเรียกหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า พลางเปิดหนังสือดูทีละหน้าๆด้วยความใจเย็น
" ทำอะไรของเธอ ? " กัปตันถาม
หญิงสาวยังคงไม่ตอบคำถามใดๆทั้งนั้น นอกจากเหลือบมองเธอแล้วมองหนังสือ จนกระทั่งเธอหันหนังสือหน้าที่ตัวเองกางเพื่ออ่านให้ดู แล้วชี้นิ้วมาทางกัปตันสาว หนังสือที่มีภาพวาดของเธออยู่ในนั้น พร้อมอักษรเล็กๆน้อยๆในหน้าถัดมา ซึ่งมันไกลไปหน่อยทำให้เธออ่านไม่ออก
" เครือข่ายไร้แก่นสาร ( Psycho Linker ) โอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ ? ...หมายเลข 17 แห่งริบลาเทอร่าเฟียร์ ? "
" ถูก ! ชั้นนี่แหละ โอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ "
หญิงสาวนิรนามปิดหนังสือลงทันทีที่ได้รับคำตอบ หนังสือเล่มนั้นถูกเก็บลงแล้วหายไปในอากาศอีกครั้ง ดาบในมือทั้งสองถูกกุมให้แน่นยิ่งขึ้น พร้อมๆกับจิตสังหารมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากกายของเธอ
" วี๊วว แบบนี้ไม่สวยนะ ลูกน้องชั้นกลัวหมดแล้วเนี่ย " ลิ้งค์มองลูกน้องตัวเองที่อยู่รอบนอกอย่างไม่ระหยี่ จิตสังหารที่แผ่ออกมาเมื่อครู่แม้จะมีเป้าหมายที่เธอ แต่มันกลับรุนแรงซะจนลูกน้องของเธอรู้สึกได้เลยทีเดียว บ้างก็หวาดกลัวจนลุกไม่ขึ้น บ้างก็น้ำลายฟูมปากจนสลบไปเลยก็มี นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอไม่เคยเจออะไรที่คล้ายๆแบบนี้มาก่อนล่ะก็ เธอคงช๊อคไปหลายวิอยู่เหมือนกัน
" เป็นจิตสังหารที่แรงมาก แรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย แต่ชั้นไม่กลัวหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยอมบอกว่าทำไมอยู่ดีๆมารังแกลูกน้องชั้นล่ะก็ เธอเจ็บตัวแน่ๆคุณคนใช้ "
แม้ลิ้งค์จะพูดใส่ไปแบบนั้น แต่หญิงสาวกลับไม่มีท่าทีโกรธรึอะไรออกมาเลยนอกจากมองซ้ายขวาทั่วดาดฟ้าเรือเหมือนหาอะไรบางอย่าง พลัน ! ร่างของหญิงสาวกลับหายวับไปจากสายตาของลิ้งค์ แล้วโผล่ด้านหลังเธออย่างรวดเร็วจนสายตาของลูกเรือที่ยังไม่สลบและจ้องมองทั้งคู่อยู่ยังมองไม่ทัน
" ธุระของชั้นคือเจ้าเท่านั้น ลิ้งค์ " ดาบในมือหญิงสาว ฟันฉับลงไปโดยมีเป้าหมายคือบั่นคอของลิ้งค์ด้วยความแม่นยำและรวดเร็ว แม้กระทั้งลูกน้องของลิ้งค์ยังไม่อาจจะร้องตะโกนบอกได้ทัน
แต่ !
ดาบที่รวดเร็วแม่นยำนั้น กลับถูกหยุดเอาไว้แค่เพียงไม่กี่เซนก่อนจะสะบั้นคอของลิ้งค์ได้
" โฮ่ งั้นเหรอ ก็ไม่บอกแต่แรก "
ฮึ๊มมม !!
ร่างของหญิงสาวนิรนามกระเด็นไปจากตรงนั้นเหมือนดั่งว่าวสายขาด หญิงสาวนิรนามพลิกร่างของตัวเองแล้วใช้ขาทั้งสองผ่อนแรงกระแทกที่เกิดขึ้นเอาไว้ทำให้ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เอกลับมายืนนิ่งบนพื้นเรืออีกครั้งพร้อมๆกับท่าร่างอันมั่นคง ท่าร่างที่เหมือนจะมีจุดอ่อนทั้งตัวแต่กลับรัดกุมยิ่งกว่าท่าร่างใดๆ
" ชั้นยินดีต่อสู้กับเธอด้วยความเต็มใจเช่นกัน " กราวด์ เวอน่า " ความทรงจำแห่งศาตราวุธ ( Waffe Memory ) หมายเลข 18 แห่งริบลาเทอร่าเฟียร์ "
" ห๊าาาา ! "
" ว่าไงนะกัปตัน ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นอัศวินริบลาเหมือนกัปตันด้วยเหรอ ? " ลูกเรือของลิ้งค์ร้องด้วยความตกใจ
" ใช่สิเจ้าพวกโง่ เป็นอะไรทำยังกะไม่เคยเห็น ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอมาแล้วนี่คนนึง แม่มดดำนั่นไง "
ลิ้งค์ตวาดลั่นเพื่อเตือนความทรงจำลูกน้อง แล้วเธอก็หันหน้ากลับไปหากราวด์ที่ยืนรอท่าอยู่
" เจ้ารู้จักชั้น ? " กราวด์เอ่ยเบาๆ
ลิ้งค์แสยะยิ้มนิดหน่อย ในตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายขั้นเลยทีเดียว
" ฉายาของชั้น( เครือข่ายไร้แก่นสาร ) ไม่ได้ตั้งเอาไว้เล่นๆหรอกนะ ชั้นน่ะมีความสามารถในการเชื่อมต่อความคิดกับคนที่เคยพบเจอได้ ชั้นสามารถสื่อสาร จับความเคลื่อนไหว อ่านความทรงจำ รับรู้ทุกสิ่งที่คนๆนั้นเคยสัมผัสมาไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความรู้ สำนึกของจิตใจ ไม่แค่นั้นนะกับคนที่คนๆนั้นติดต่อสื่อสารด้วย มันจะเชื่อมโยงกันไปเหมือนคนๆนั้นเป็นตัวพาหะนำโรคไปติดคนอื่น แล้วคนอื่นก็เป็นเหมือนพาหะนำโรคไปติดคนอื่นอีกที เชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับเน็ตเวิร์คของชั้นยังไงล่ะ "
" ชั้นก็แค่ใช้หน้าเธอเป็นบรรทัดฐานแล้วเอาไปควานหาในข้อมูลของคนอื่นๆเอา ชั้นก็ไปเจอเธอในข้อมูลของเอมิเลีย ว่าแต่เธอนี่สุดๆเลยนะ กะจะวัดฝีมือกับทุกคนเลยรึไง ? "
" นั่นมันก็เป็นเรื่องของชั้น ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าตัดสินให้หรอก "
กราวด์พุ่งทะยานเข้าหาลิ้งค์อีกครั้ง แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้มีท่าทีตกใจกลับเลย เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือทั้งสองก็ยังกอดอกไว้ แม้แต่รอยยิ้มของเธอที่แสดงออกมาก่อนหน้าก็ยังไม่หายไปจากใบหน้า
" ชั้นลืมบอกอะไรไปอย่าง อย่างที่รู้กันชั้นสามารถรับรู้ข้อมูลของเธอได้ผ่านความสามารถ ทั้งจุดอ่อนทั้งความสามารถที่เธอมี แต่ชั้นจะไม่ใช้มันหรอกนะ แล้วก็.. "
ร่างของกราวด์ปลิวไปทันทีที่ลิ้งค์หยุดคำพูด เธอรู้สึกได้ถึงแรงผลักมหาศาลราวกับอากาศตรงหน้ากลายเป็นกำแพงผลักเธอเอาไว้ กำแพงที่อ่อนนุ่มไร้แรงกระแทกแต่ทรงพลังจนมิอาจฝืนต้านทานได้ แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกกับกำแพงดาดฟ้าเรือเหาะฟลายอิ้ง โมโคน่าสุดยอดนวัตกรรมที่ โอไรออน ไวโอเล็ต มาว อัจฉริยะด้านอาวุธเป็นคนสร้างเอาไว้นั้น เธอกลับรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่อ่อนโยนพอๆกับแรงผลักฉุดร่างของเธอเอาไว้ไม่ให้กระแทก เหมือนกับจะปกป้องเธอไม่ให้ได้รับบาดเจ็บใดๆ
" นี่คืออีกหนึ่งความสามารถของชั้น ผลัก – ดูด ถ้าเธอคิดว่าเมื่อกี้ชั้นสงสารล่ะก็บอกไว้เลยนะว่าไม่ใช่ ชั้นแค่อยากแสดงความสามารถให้ดูก่อน ก่อนที่เราะจะสู้กัน เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลามางมหาความสามารถของชั้นแล้วสู้ให้เต็มที่ "
" ถ้ามัวแต่ระวังความสามารถที่ไม่รู้ เธอก็จะระวังตัวใช่มะล่ะ? ชั้นไม่ชอบการต่อสู้แบบนั้นหรอกนะ "
ป๊าบบ !
ลิ้งค์กำหมัดข้างหนึ่งกระแทกกับฝ่ามือจนเสียงดังลั่นชัดเจน
" การต่อสู้มันต้องเต็มที่ เต็มพลัง แล้วก็เต็มเหนี่ยว ถ้ามัวแต่ระแวงพลังที่ไม่รู้จักมันก็น่าเบื่อพอดีสิ "
หญิงสาวแสยะยิ้มกว้าง เธอดึงเสื้อคลุมชั้นนอกออกจากร่างกายแล้วใช้มันคลุมทับไหล่แทนที่จะสวมเอาไว้เหมือนปกติ หมวกอันแสดงถึงเครื่องหมายกัปตันเรือถูกโยนขึ้นไปห้อยไว้บนพังงาเรือด้านบน พร้อมๆกับแรงกดดันที่แผ่ขยายไปทั่วลำเรือจนทุกคนรู้สึกได้ " ว่าตอนนี้ กับตันของพวกเขาเอาจริงแล้ว "
" เข้ามา !! กราวด์ เวอน่า "
ลิ้งค์ตะโกนลั่น แถมไม่ได้ตะโกนเปล่า เธอยังดึงร่างของกราวด์ที่อยู่ห่างออกไปเข้ามาด้วยพลังของเธออีกด้วย กำปั้นของลิ้งค์โดนเข้าเต็มแก้มของกราวด์ที่ยังไม่ได้ตั้งตัวจังๆ ตามด้วยการเหวี่ยงร่างของกราวด์กระแทกกับส่วนต่างๆของเรือฟลายอิ้ง โมโคน่าด้วยความสนุกสนาน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้กราวด์เสียเปรียบสุดๆ แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะถึงแม้เธอจะจับกราวด์ได้อยู่มือ แต่ทุกครั้งที่ร่างของกราวด์เฉียดเธอไป
ลิ้งค์จะได้บาดแผลแทบทุกครั้ง !!?
ร่างของกราวด์ถูกกระชากเข้าหาลิ้งอีกรอบพร้อมกำปั้นที่กำลังจะเข้าปะทะกับหน้าอีกที แต่สิ่งที่ลิ้งคาดกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อจู่ๆร่างกายของกราวด์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด กลับยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ฉึก !?
คาตานะสีแดงเข้มแทงทะลุไหล่ลิ้งค์ไปจนมิดด้าม แต่ก่อนที่คาตานะอีกเล่มจะเข้ามาถึงร่างของลิ้งค์ ร่างของกราวด์ก็ปลิวหน้าทิ่มไปนอนกองบนพื้นได้ทันท่วงที ลูกเรือโจรสลัดต่างลุกขึ้นด้วยความตกใจ แต่ก็สงบลงเมื่อเห็นสัญญาณจากรอยยิ้มของลิ้งค์
( โฮ่ นี่รึสภาวะที่ 2 Madness ( วิปลาส ) ของกราวด์ เวอน่า จากข้อมูลที่รับรู้มา กราวด์จะค่อยๆรู้สึกสนุกกับการต่อสู้จนลืมเลือนตัวตนแล้วกลายสภาพเป็นนักรบคลั่งที่สนใจแต่การต่อสู้ แต่ดูแล้วชั้นว่ารับมือยากไม่เบาเลยนะ )
โดยไม่รอให้คิดต่อ กราวด์ในสภาวะที่สองก็พุ่งทะยานเข้าหาลิ้งค์ทันที หญิงสาววกเข้าไปด้านข้างของลิ้งค์แล้วใช้ดาบในมือฟัน แต่ลิ้งค์ก็ใช้ความสามารถของตัวเองผลักดาบของกราวด์ออกไปให้พ้นตัว
" หึ ต่อให้บ้าแค่ไหน แต่คนก็ยังเป็นคนเดิม คงไม่มีทางเก่งขึ้... ฉั๊วะ !! "
บาดแผลเล็กๆที่คอมันทำให้ลิ้งค์ตกใจอยู่ไม่น้อย เธอใช้ความสามารถผลักร่างของกราวด์ให้ปลิวไปอีกครั้ง แต่กราวด์กลับทิ้งดาบในมือข้างหนึ่งแล้วใช้มือข้างนั้นกำคอเสื้อลิ้งค์เอาไว้แน่น
แม้ว่าลิ้งค์จะไม่ได้ถูกดึงไปตามแรงผลักของตัวเอง แต่กราวด์ก็ไม่ยอมปล่อยมือเช่นกัน กราวด์พยายามจ่อดาบอีกข้างเพื่อแทงร่างของลิ้งค์ ลิ้งค์เองก็พยายามใช้พลังของตัวเอง ผลักดาบของกราวด์ออกไปเช่นกัน แต่ดาบของกราวด์กลับเข้ามาใกล้เธอเข้าทุกทีๆ
" แรงเยอะไม่เลว แต่อย่าคิดนะว่าแค่ดูดกับผลักจะทำอะไรเธอไม่ได้นะ กราวด์ "
ร่างของกราวด์ถูกผลักออกไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน คราวนี้ร่างของเธอบิดเบี้ยวให้เห็นชัดเจนราวกับมีกำแพงคอยกระแทกร่างของเธอให้ปลิวห่างจากตัวลิ้งค์ นิ้วมือทั้งสามที่กำคอเสื้อถูกกราวด์ผลักจากด้านในจนหักงอไปด้านหลัง กระนั้นนิ้วที่เหลือก็ยังไม่ยอมปล่อยจนลิ้งค์เริ่มหมดความอดทนกับความดื้อด้านของกราวด์
ในเสี้ยววินาทีที่ลิ้งค์กำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างนั้นเอง เธอกลับรู้สึกหนาวสันหลังไม่น้อยเมื่อเจอเข้ากับรอยยิ้มแสยะที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดบนใบหน้าของกราวด์ รอยยิ้มของคนบ้าที่ไม่หวั่นเกรงความเจ็บปวดและพร้อมจะพลีกายเพื่อให้ได้อาบเลือดของศัตรู
ฮึ๊ย !! ตึงง !! เปรี้ยง !?
แรงกระแทกบวกด้วยแรงเตะส่งผลให้กราวด์ต้องลงไปนอนกองบนพื้นอีกครั้ง เมื่อลิ้งค์ผลักร่างเธอเข้ากับพื้นเรือแทนที่จะผลักออกไปเหมือนก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยผลักเท้าของตัวเองจากด้านหลังเพื่อเพิ่มแรงเตะเข้าไปท้องน้อยของกราวด์ที่นอนรออยู่เต็มรัก แล้วผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็น
" ดื้อด้านชะมัด " หญิงสาวสบถเบาๆ เธอยกมือขึ้นปาดแก้มที่มีเลือดซึมออกมาจากการโจมตีของกราวด์ที่ทำไว้เมื่อครู่ก่อนจะถูกเธอเตะกลิ้งไป แล้วเลียเลือดของตนที่เปรอะอยู่บนมือนั้นด้วยความพอใจ
" นักรบคลั่งที่ไม่สนใจบาดแผลหรือความเจ็บปวด ในหัวมีแต่เรื่องชัยชนะ สนุกสนานในการต่อสู้ มันก็ดีอยู่หรอก แต่แค่นั้นมันทำอะไรชั้นไม่ได้หรอกนะ กราวด์ เวอน่า "
ลิ้งค์ตวาดใส่กราวด์ที่กำลังลุกขึ้นยืน และเธอก็หมายความแบบนั้นจริงๆ หากสังเกตกันให้ดีๆ การต่อสู้ที่ผ่านๆมา เธอยังไม่ได้เอาจริงสักเท่าไหร่ ที่สำคัญ เธอยังไม่ได้ขยับไปไหนด้วยซ้ำ
" เข้าใจที่ชั้นบอกใช่มะ ถ้าเธอมีแค่นี้ก็รีบๆหายไปซะ มีแค่นี้น่... " แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ลิ้งค์ต้องเงียบลงกลางคัน
หญิงสาวยกมือขึ้นเพื่อตั้งรับ แม้ปกติเธอจะไม่ต้องใช้มือในการต่อสู้ก็ตาม แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ด้วย
ยังไงซะพลังของเธอนั้น สามารถควบคุมได้ด้วยประสาทรับรู้และอิมพัลส์ตอบสนอง 100 % ของเธออยู่แล้ว การใช้ร่างกายออกอาวุธเหมือนที่ผ่านๆมามันก็แค่ทำให้เธอรู้สึกดี ที่ได้ใช้ร่างกายปะทะกับอะไรบางอย่างเท่านั้นแหละ แล้วตอนนี้เธอก็รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกว่ากราวด์เปลี่ยนไปอีกแล้ว จากข้อมูลที่เธอรับรู้มา นี่คือสภาวะที่สามของกราวด์ " Murder ( ฆาตกร ) "
" ชั้นรู้สึกเป็นเกียรติ์จริงๆ ที่ได้ต่อสู้กับเธอถึงสภาวะที่สามที่เป็นสภาวะสุดท้าย ในที่สุดเราก็จะได้สู้กันจริงๆจังๆซักที ชั้นล่ะรอจนเหนื่อย "
เงียบ.. เป็นคำตอบของกราวด์ในตอนนี้ ดุเหมือนสภาพของเธอจะแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง รังสีฆ่าฟันถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับหญิงสาวตรงหน้าไม่ต้องการสิ่งใด ไม่ต้องการต่อสู้ ไม่ต้องการสนุกสนานในการต่อสู้หรือสิ่งอื่นใด
( ..เล่นยากแหะ ) ลิ้งค์คิด
( เท่าที่เรารู้ สภาวะที่สามจะออกมาเมื่อสภาวะที่สองอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำรึไม่ก็รู้ตัวว่าไม่อาจเอาชัยได้ แต่สภาพนี้มันไม่เหมือนคนคิดจะสู้เลย เหมือนคนที่คิดแต่จะฆ่าให้ได้มากกว่า แบบนี้ไม่ค่อยชอบด้วยสิ )
หญิงสาวคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดีกับกราวด์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่จังหวะนั้นเอง ที่กราวด์บุกเข้าประชิด
" เฮ้ย !! "
ลิ้งค์ผลักตัวเองออกมาจากรัศมีดาบของกราวด์ด้วยความตกใจ เป็นครั้งแรกที่เธอขยับออกจากจุดยืนด้วยการโจมตีของกราวด์
ทว่า มันกลับไม่สามารถทำให้เธอทิ้งห่างจากกราวด์ได้แม้แต่นิดเดียว ด้วยความเร็วมหากาฬที่เทียบกับที่ผ่านๆมาไม่ได้เลย ทำให้กราวด์เข้าประชิดตัวเธอได้อีกครั้ง แถมยังเป็นจังหวะที่เธอผลักตัวเองถอยหลังอีกต่างหาก
ฉั๊วะ !!
ดาบอันดุดัน คมกริบ ฟันฟาดผ่านร่างลิ้งค์ไป ลูกเรือของเธอต่างลุกฮือด้วยความตกใจ แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้เป็นอะไร นอกซะจากเสียเสื้อคลุมตัวโปรดไปเท่านั้นเอง ดีที่ว่าจังหวะนั้นเธอผลักร่างของตัวเองขึ้นไปบนฟ้าทัน ไม่งั้นสิ่งที่กลายเป็นสองท่อนอาจจะเป็นเธอแทนเสื้อคลุมก็ได้
" ความเร็วแสง ?? " ลิ้งค์สบถเบาๆ
ขีดความสามารถของมนุษย์นั้นไม่อาจก้าวไปถึงความเร็วแสงด้วยร่างเนื้อมันเป็นสัจธรรมอยู่แล้ว แต่คำว่า " มนุษย์ " มันใช้กับพวกเธอไม่ได้ แม้จะมีร่างกายเป็นแบบนี้ แต่ดวงดาวที่ลิ้งค์และกราวด์อาศัยอยู่ก็แตกต่างกัน ทั้งสภาพแววล้อม แรงดึงดูด และอะไรหลายๆอย่าง แต่กระนั้น การจะมีความเร็วเทียบเท่าหรือมากกว่ามันก็ยังยากอยู่ดี
( ความเร็วมากกว่าวิปลาสแบบเทียบไม่ติด พละกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ชดเชยกันได้ด้วยแรงพุ่ง ไม่คิดจะชนะ แต่คิดแค่จะสังหารเพียงอย่างเดียว )
" สมกับคำว่า ฆาตกรจริงๆ "
ลิ้งค์หัวเราะร่า ตอนนี้เธอยังยืนอยู่บนอากาศด้วยแรงผลักต่อเนื่องที่ใต้เท้าตัวเอง เธอก้มลงมองกราวด์ที่ยืนแหงนมองเธออยู่ข้างล่างด้วยความชื่นชมปนดีใจที่การต่อสู้ดีๆแบบนี้มาประสบพบเจอกับเธอ
" เลิกเล่นกันซักทีนะ ทีนี้.. "
" ชั้นจะเอาจริงบ้างล่ะ "
ร่างของลิ้งพุ่งเข้าหากราวด์อย่างรวดเร็วด้วยการผลัก ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังดึงร่างของกราวด์ที่อยู่ห่างออกไปให้เข้าหาตังเองด้วย กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างพุ่งเข้าหากันและกัน แตกต่างกันที่ว่า คนนึงตั้งใจ ส่วนอีกคนไม่ตั้งตัว
เปรี้ยงงง !
เสียงกระทบดังก้องขึ้นเมื่อหมัดของลิ้งค์กระทบเข้าที่แก้มของกราวด์ กราวด์สะบัดดาบอันรวดเร็วของเธอเข้าโจมตี แต่ลิ้งกลับใช้ความสามารถผลักมือทั้งสองข้างให้กางออกไปด้านข้าง เท้าของลิ้งค์ถีบเข้าไปเต็มรักที่ท้องของกราวด์จนเจ้าตัวปลิวไป
" โฮ่ ขนาดนี้ยังตอบโต้ได้อีกนะ " ลิ้งค์มองดูกางเกงที่เธอสวม มันมีบาดแผลเล็กๆเกิดขึ้นมาในจังหวะที่เธอถีบกราวด์เมื่อครู่ แล้วเอก็มองกราวด์ที่อยู่ห่างออกไป
" ฮึ๊ยย !! "
ร่างของกราวด์ถูกผลักให้ลอยสูงขึ้นไปบนอากาศ ลิ้งค์ทะยานตามไปโดยไม่ลังเล ยังไงซะ บนอากาศย่อมไม่มีที่ให้เหยียบ แน่นอนว่ากราวด์คงไม่สามารถตอบตีเธอได้ถนัดแน่ แต่ !! เธอกลับคิดผิด
เมื่อจู่ๆ กราวด์กลับพุ่งลงมาจากพื้นฟ้าลงมาหาเธอที่พุ่งขึ้นไปหาเช่นกัน
" อ้าวเฮ้ย !! กัปต๊านน "
เหล่าลุกเรือร้องลั่นเมื่อเห็นประกายแสงทั้งสอง ที่สะท้อนฉากอวกาศอันกว้างใหญ่เรียงร้อยด้วยหมู่ดาวมากมายนอกยานกระทบกันจนเกิดแสงสว่างจ้า ร่างของลิ้งค์และกราวด์ต่างยืนนิ่งหันหลังให้กันอยู่บนพื้นดาดฟ้าเรือเหาะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งคู่ตอนนี้ไม่มีใครขยับเลย
" ฟู่~ รู้สึกว่าชั้นจะชนะนะ " ลิ้งค์เอ่ยเบาๆพร้อมทั้งโชว์แขนเสื้อสีน้ำเงินของชุดเมดตะวันตกที่เธอคว้ามาจากการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา
การปะทะกันเมื่อครู่นี้เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายจริงๆ ใครจะไปคิดล่ะว่ากราวด์จะสามารถเหยียบอากาศได้ แถมยังพุ่งเข้ามาหาเธอซะอีก ยังดีที่ลิ้งค์ดึงร่างของตัวเองให้เฉออกนอกเส้นทางการโจมตีแล้วผลักตัวเองเข้าด้านข้างของกราวด์ในจังหวะนั้นทัน ไม่งั้นป่านนี้เธอคงกลายเป็นลูกชิ้นเสียบไม้ไปแล้ว
จิตสังหารคุกกรุ่นยังไม่จางหาย แม้ผลแพ้ชนะจะปรากฏออกมาให้เห็นกันจากการปะทะเมื่อครู่แล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ากราวด์ เวอน่า จะยังไม่ยอมแพ้ แถม...
ความรู้สึกแปลกๆกลับเริ่มก่อตัวขึ้นมาด้วย ร่างของกราวด์ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เธอแหงนหน้าขึ้นไปด้านบนโดยไม่สนใจลิงค์หรืออะไรๆรอบตัวเลยแม้แต่น้อย รังสีการฆ่าฟันที่ปล่อยออกมาต่อเนื่องอย่างเมื่อครู่ก็หมดไป ไม่มีออร่าใดๆแผ่ออกมาอีก มีแต่ความสงบ เงียบ และผ่อนคลายเท่านั้น
กราวด์เบนสายตาของตนมองรอบด้าน แล้วมาหยุดอยู่ที่ลิ้งค์ เธอไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มบ้าคลั่งของสภาวะที่ 2 ใบหน้าขึงขังเคร่งเครียดของสภาวะที่ 3 แต่มันกลับทำให้ลิ้งค์ผู้ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลนี้ทำเกรงกลัวได้ถึงกับหนาวสันหลังวาบ
เพราะเธอได้รู้จักข้อมูลของกราวด์ เวอน่าคนนี้เพิ่มขึ้นด้วยตัวเองแล้ว !!
" อ่าฮะ แบบนี้นี่เอง " ลิ้งค์ร้องลั่นเมื่อเข้าใจกลไกของกราวด์เรียบร้อยแล้ว
" สูงสุดคืนสู่สามัญสินะ เคยได้ยินมาเหมือนกันที่ว่าบางคนแม้จะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่สุดท้ายการกลับมาสู่จุดเริ่มต้นกลับกลายเป็นความสามารถสูงสุดของคนๆนั้น เธอเองก็เหมือนกันสินะ เพราะความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตน แต่พอพ่ายแพ้อีกครั้งคงจะทำให้นึกถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองขึ้นได้ "
" อืม! นั่นก็ต้องขอบใจเจ้า ตอนนี้ข้านึกถึงสิ่งที่ตัวเองขาดหายไปออกแล้ว "
ลิ้งค์ถึงกับอ้าปากค้างไม่เชื่อหูของตน ในที่สุดหลังจากที่เริ่มต่อสู้กันมานานเธอก็ได้ยินคำพูดของกราวด์ซักที ท่าทางของเธอเองก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดูสุขุม สงบเงียบ จะให้เปรียบก็เหมือนมหาสมุทรที่นิ่งสงบแต่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อที่มีลมพัดผ่านมา ค่อยดุเหมือนกราวด์ในอดีตที่อยู่ในความทรงจำของเอมิเลียจริงๆ
รอยยิ้มดีใจของลิ้งค์ฉาบบนใบหน้าอีกครั้ง คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้แหละที่เธอต้องการ ในตอนนี้เธอไม่สามารถบอกได้ถึงผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่เธอกลับดีใจ ที่ตัวเองได้ทำให้หญิงสาวตรงหน้าขึ้นนี้สามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของตัวเองได้เสียที
" ดี ..ดีมาก " ลิ้งค์ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง ลูกเรือฟลายอิ้งโมโคน่าต่างกลืนน้ำลายเฮื้อกใหญ่เมื่อเห็นกัปตันของตนดึงผ้าปิดตาที่ผนึกดวงตาข้างซ้ายออก ออร่าและแรงกดดันแผ่พุ่งจนรู้สึกได้ไปทั่วลำเรือฟลายอิ้งโมโคน่า
ลูกน้องของลิ้งค์ต่างรู้ดีว่าดวงตาข้างที่กัปตันของเขาปิดเอาไว้ไม่ได้บอดหรือเป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ปิดเอาไว้เท่ห์ๆเพื่อให้สมกับเป็นกัปตันสลัดอวกาศด้วย แต่มันเป็นการสร้างจุดบอดให้ตัวเองเพื่อให้เสียเปรียบในการต่อสู้ต่างหาด และเมื่อเธอถอดมันออกมาแล้ว แสดงว่าตอนนี้
เธอเอาจริงสุดๆแล้ว !!
" ชั้นขอขนานนามสภาพที่ 4 นี้ว่า late autumn ก็แล้วกัน " ลิ้งค์ยิ้ม เธอทุบกำปั้นของตนใส่ฝ่ามืออีกข้างอีกครั้ง
" เข้ามาเลย ชั้นจะอัดเธอให้หมอบไปเลย "
และนั่นคือสัญญาณครั้งสุดท้ายในการต่อสู้ของเหล่าคนที่ถูกขนานนามว่า
‘ เทพสงคราม ’







