ท่ามกลางหมู่ดาวระยับที่คอยอวดแสงของตนประชันกันในคืนเดือนมืด กลางทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาที่มีสีเขียวขจีในยามกลางวัน เด็กหญิงสองคนต่างยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าแห่งนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้นราวกับทั้งคู่เป็นเพียงรูปปั้นที่ถูกวางเอาไว้

 

เด็กหญิงคนแรกแหงนหน้าตนขึ้นมองท้องฟ้า เธอยืนตัวตรงมองท้องฟ้ากว้างไกลด้านบนด้วยรอยยิ้มกริ่ม

 

ส่วนเด็กหญิงคนที่สองกลับไม่ทำเช่นนั้น มือน้อยๆของเธอโอบกุมแขนของเด็กหญิงคนแรกเอาไว้แน่น และแม้สายตาของเธอจะมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้าเฉกเช่นเดียวกับเด็กหญิงคนแรก แต่สายตาของเธอ กลับจ้องมองเพียงใบหน้าของเด็กหญิงคนแรกเท่านั้น

 

 

10 ปีต่อมา

 

" พี่ ..ท่านพี่ "

 

เด็กสาวร่างเล็กร้องเรียกพี่ของเธอด้วยความเป็นห่วง เด็กสาวเดินร้องเรียกพี่สาวของเธอไปตามทางเดินข้างลำธารขนาบด้วยภูผาหินสูงชันโดยไม่หวั่นเกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย เพราะภายในใจของเธอร้อนรุ่มเกินกว่าความกลัวรอบๆกายไปซะแล้ว เด็กสาวยังคงร้องตะโกนต่อไปเรื่อยๆซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเธอมองเห็นเด็กสาวอีกคนนั่งอยู่บนโขดหินที่ตั้งตระหง่านสูงชันขึ้นไปบนท้องฟ้าจากการเรียงตัวกันของหินก้อนใหญ่นับสิบๆก้อนราวกับเจดีย์หินที่ผู้คนมักวางเรียงกันไว้ริมหาดทราย เพียงแต่ขนาดของมันใหญ่กว่าสักพันเท่าเท่านั้นเอง

 

" มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ท่านพี่ " เด็กสาวตะโกนถาม

 

ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากเด็กสาวที่เธอเรียกว่าพี่สาว เธอต้องรอคอยอยู่นานกว่าที่จะมีบางอย่างถูกเอ่ยออกมา

 

" จักรวาลนี้กว้างใหญ่นะ ว่าไหม? มาว "

 

" เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วล่ะ ท่านพี่  แต่ตอนนี้สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าคือข้าวเย็นนะค่ะ "

 

" หึหึ !! " หญิงสาวหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เธอกระโดดลงมาจากเจดีย์หินสูงอันนั้นสู่พื้นดิน พลางโอบกอดคอน้องสาวของเธอด้วยท่าทีดุจมิตรสหาย พร้อมๆกับรอยยิ้มและเสียงท้องร้องที่ดังลั่น

 

" ไปกันเถอะ มาว คอยดูนะซักวัน พี่จะออกสู่อวกาศอันกว่าใหญ่ไพศาล พี่จะท่องเทียวไปให้ทั่วทั้งจักรวาล มิติ แล้วก็มหามิติทั้งหมดที่มีอยู่เลย คอยดูนะ แล้วพี่จะพาน้อง... "

 

คำพูดของเด็กสาวแผ่วลงจนได้ยินไม่เป็นประโยค ภาพของเด็กทั้งสองกลับเลือนรางจนกลายเป็นภาพขาว ตามด้วยเสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายที่ดังอยู่ด้านนอก

 

บันทึกพิเศษแห่งริบลา : เทพสงคราม

 

 

ภาพเพดานสีขาวที่ย้อมเป็นสีส้มจากแสงโคมไฟที่อยู่ด้านบนเข้ามาแทนที่ภาพเด็กสาวสองคนเมื่อสักครู่ โฟกัสสายตาที่เบิกกว้างเมื่อครู่กลับต้องบีบแคบลงเมื่อเจอกับแสงไฟที่สะท้อนออกมาเป็นครั้งแรก หลังจากที่นอนหลับมาหลายชั่วโมง

 

" ฝัน ? " หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางมองลอดออกไปนอกหน้าต่างทรงกลมที่ติดอยู่ข้างกำแพง

 

" เอาเถอะ แล้วสักวัน.. กัปต๊านนน !! "

 

เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกยังดังต่อเนื่องไม่หยุด จนหญิงสาวที่นอนอยู่เริ่มหมดอารมณ์ที่จะเพ้อฝันยามตื่นนอน แล้วมันก็ทำให้เธอเริ่มที่จะอารมณ์เสียแล้วด้วย ทำไมน่ะรึ?

 

นั่นก็เพราะมีคนมาก่อกวนเธอเวลานอนนะสิ

 

โครมม !!

 

" อะไรกันนักหนา เจ้าพวกเศษขยะอวกาศ " 

 

ประตูห้องที่ถูกสร้างมาอย่างดีด้วยเหล็กกล้าหนามากกว่าสามชั้น น้ำหนักรวมมากกว่าสิบตันถูกกระแทกให้เปิดออกด้วยเท้าจนกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอนปลิวกระจุยกระจายด้วยแรงผลัก หญิงสาวผมสีขาวยาวสยายในชุดโจรสลัดสีดำก้าวออกมาจากห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เธอมองซ้ายแลขวาไปทางคนกลุ่มคนหน้าห้อง ก่อนที่ร่างของหนึ่งในนั้นจะพุ่งเข้ามาให้หญิงสาวเกาะกุมด้วยพลังบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้

 

" กล้าดียังไง มาปลุกชั้นตอนที่กำลังฝันหวาน ห๊ะ? พวกแก!! "

 

" ใจเย็นกับตัน ตอนนี้เรามีเรื่องอื่นสำคัญกว่านะคร๊าบบ "

 

" ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเวลาส่วนตัวของชั้นทั้งนั้น " หญิงสาวตวาดลั่น

 

ทุกเสียงเงียบกริบลง ร่างของชายผู้นั้นร่วงกราวไปยืนกับพื้น  ร่างกับตันของพวกเขาก้าวเดินไปตามห้องโถงเรือด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อจนพวกเขาแทบจะตามไม่ทัน  แม้ปากเธอจะพูดไปแบบงั้น แต่เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เธอกับลุกเรือออกเดินทางท่องจักรวาลมาเนิ่นนาน ฉะนั้นเรื่องสำคัญของพวกเขามันก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง แต่เรื่องที่จะต้องมารบกวนเวลาพักผ่อนของเธอนั้น แสดงว่าเป็นเรื่องที่พวกเขารับมือไม่ไหวแน่นอน

 

หนึ่งในนั้นจะต้องมีอะไรซักอย่างเข้ามาในนี้แน่

 

แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ เมื่อหญิงสาวเปิดประตูใหญ่ตรงหน้า สิ่งแรกที่เธอเห็น นอกจากดาดฟ้าเรือที่ทำด้วยไม้อิกดร้าที่มีความคงทนยาวนานกับเหล่าชายหนุ่มหลากหลายรูปร่างหน้าตาซึ่งเป็นลูกเรือของเธอแล้วนั้น เธอยังเจออาคันตุกะแปลกหน้าที่เธอไม่เคยพบหน้าค่าตาอยู่บนเรืออีกคน

 

ที่สำคัญ !! คนๆนั้นยังกำลังลงมือฟาดฟันลูกเรือของเธอด้วยดาบในมืออีกด้วย

 

โครม !!

 

" เธอเป็นใคร ? กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายลูกเรือที่น่ารักของชั้น " หญิงสาวร้องลั่นเมื่อเห็นร่างของลูกน้องตัวเองกำลังถูกฟันกระเด็นกระดอนไปมาด้วยฝีมือของหญิงสาวอีกคนในชุดเมดยุโรปขาวน้ำเงิน พร้อมดาบคาตานะสีแดงเข้มในมือทั้งสองข้างของเธอ

 

" กัปตัน ! มาช่วยพวกเราแล้ว "

 

เหล่าลูกเรือโห่ร้องดังลั่นเมื่อหญิงสาวที่พวกเขายินยอมพร้อมใจเรียกว่ากัปตันปรากฏตัวออกมา  เธอถึงกับถอนหายใจให้กับความอ่อนหัดของลูกเรือตัวเองที่จัดการไม่ได้แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง

 

" หึ "

 

" ถึงลูกน้องของชั้นจะเป็นเศษขยะที่ไร้ซึ่งค่าใดๆต่อจักรวาล แต่ยังไงซะ คนพวกนี้ก็เป็นเศษเดนที่เดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชั้นมาแสนนาน ชั้นไม่ยกโทษให้คนที่ทำร้ายพวกนี้หรอกนะ "

 

หญิงสาวตะโกนอย่างหัวเสีย ต่างกับเสียงลูกน้องเธอที่เงียบลงไปทันที่ที่ได้ยินคำกล่าวของเธอ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกในนิสัยของหัวหน้าตัวเองว่าคงไม่ได้คิดอะไรกับคำพุดเมื่อกี้แน่ แต่การเอาพวกเขาไปเทียบกับเศษขยะจักรวาลมันก็ทำให้หดหู่อยู่เหมือนกัน แล้วยิ่งเทียบต่ำลงไปถึงเศษเดนจักรวาลอีกซะงั้น มันทำให้ลูกเรือของเธอเหงาหงอยลงไปไม่น้อยทีเดียว

 

แต่ หญิงสาวนิรนามที่บังอาจบุกรุกเข้ามาบนยานของเธอกลับไม่สนใจคำพูดของเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวนางนั้นเหลือบมองเธอนิดหน่อย ก่อนจะเรียกหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า พลางเปิดหนังสือดูทีละหน้าๆด้วยความใจเย็น

 

" ทำอะไรของเธอ ? " กัปตันถาม

 

หญิงสาวยังคงไม่ตอบคำถามใดๆทั้งนั้น นอกจากเหลือบมองเธอแล้วมองหนังสือ จนกระทั่งเธอหันหนังสือหน้าที่ตัวเองกางเพื่ออ่านให้ดู  แล้วชี้นิ้วมาทางกัปตันสาว หนังสือที่มีภาพวาดของเธออยู่ในนั้น พร้อมอักษรเล็กๆน้อยๆในหน้าถัดมา ซึ่งมันไกลไปหน่อยทำให้เธออ่านไม่ออก

 

" เครือข่ายไร้แก่นสาร ( Psycho Linker ) โอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ ? ...หมายเลข 17 แห่งริบลาเทอร่าเฟียร์ ?  "

 

" ถูก !  ชั้นนี่แหละ โอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ "

 

หญิงสาวนิรนามปิดหนังสือลงทันทีที่ได้รับคำตอบ หนังสือเล่มนั้นถูกเก็บลงแล้วหายไปในอากาศอีกครั้ง ดาบในมือทั้งสองถูกกุมให้แน่นยิ่งขึ้น พร้อมๆกับจิตสังหารมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากกายของเธอ

 

" วี๊วว  แบบนี้ไม่สวยนะ ลูกน้องชั้นกลัวหมดแล้วเนี่ย " ลิ้งค์มองลูกน้องตัวเองที่อยู่รอบนอกอย่างไม่ระหยี่ จิตสังหารที่แผ่ออกมาเมื่อครู่แม้จะมีเป้าหมายที่เธอ แต่มันกลับรุนแรงซะจนลูกน้องของเธอรู้สึกได้เลยทีเดียว บ้างก็หวาดกลัวจนลุกไม่ขึ้น บ้างก็น้ำลายฟูมปากจนสลบไปเลยก็มี นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอไม่เคยเจออะไรที่คล้ายๆแบบนี้มาก่อนล่ะก็ เธอคงช๊อคไปหลายวิอยู่เหมือนกัน

 

" เป็นจิตสังหารที่แรงมาก แรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย แต่ชั้นไม่กลัวหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยอมบอกว่าทำไมอยู่ดีๆมารังแกลูกน้องชั้นล่ะก็ เธอเจ็บตัวแน่ๆคุณคนใช้ "

 

แม้ลิ้งค์จะพูดใส่ไปแบบนั้น แต่หญิงสาวกลับไม่มีท่าทีโกรธรึอะไรออกมาเลยนอกจากมองซ้ายขวาทั่วดาดฟ้าเรือเหมือนหาอะไรบางอย่าง  พลัน ! ร่างของหญิงสาวกลับหายวับไปจากสายตาของลิ้งค์ แล้วโผล่ด้านหลังเธออย่างรวดเร็วจนสายตาของลูกเรือที่ยังไม่สลบและจ้องมองทั้งคู่อยู่ยังมองไม่ทัน

 

" ธุระของชั้นคือเจ้าเท่านั้น ลิ้งค์ "   ดาบในมือหญิงสาว ฟันฉับลงไปโดยมีเป้าหมายคือบั่นคอของลิ้งค์ด้วยความแม่นยำและรวดเร็ว แม้กระทั้งลูกน้องของลิ้งค์ยังไม่อาจจะร้องตะโกนบอกได้ทัน

 

แต่ !

 

ดาบที่รวดเร็วแม่นยำนั้น กลับถูกหยุดเอาไว้แค่เพียงไม่กี่เซนก่อนจะสะบั้นคอของลิ้งค์ได้

 

" โฮ่ งั้นเหรอ ก็ไม่บอกแต่แรก "

 

ฮึ๊มมม !!

 

ร่างของหญิงสาวนิรนามกระเด็นไปจากตรงนั้นเหมือนดั่งว่าวสายขาด หญิงสาวนิรนามพลิกร่างของตัวเองแล้วใช้ขาทั้งสองผ่อนแรงกระแทกที่เกิดขึ้นเอาไว้ทำให้ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เอกลับมายืนนิ่งบนพื้นเรืออีกครั้งพร้อมๆกับท่าร่างอันมั่นคง ท่าร่างที่เหมือนจะมีจุดอ่อนทั้งตัวแต่กลับรัดกุมยิ่งกว่าท่าร่างใดๆ

 

" ชั้นยินดีต่อสู้กับเธอด้วยความเต็มใจเช่นกัน " กราวด์ เวอน่า " ความทรงจำแห่งศาตราวุธ ( Waffe Memory ) หมายเลข 18 แห่งริบลาเทอร่าเฟียร์ "

 

" ห๊าาาา ! "

 

" ว่าไงนะกัปตัน ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นอัศวินริบลาเหมือนกัปตันด้วยเหรอ ? " ลูกเรือของลิ้งค์ร้องด้วยความตกใจ

 

" ใช่สิเจ้าพวกโง่ เป็นอะไรทำยังกะไม่เคยเห็น ก่อนหน้านี้ก็เคยเจอมาแล้วนี่คนนึง แม่มดดำนั่นไง "

 

ลิ้งค์ตวาดลั่นเพื่อเตือนความทรงจำลูกน้อง แล้วเธอก็หันหน้ากลับไปหากราวด์ที่ยืนรอท่าอยู่

 

" เจ้ารู้จักชั้น ? " กราวด์เอ่ยเบาๆ

 

ลิ้งค์แสยะยิ้มนิดหน่อย ในตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายขั้นเลยทีเดียว

 

" ฉายาของชั้น( เครือข่ายไร้แก่นสาร ) ไม่ได้ตั้งเอาไว้เล่นๆหรอกนะ ชั้นน่ะมีความสามารถในการเชื่อมต่อความคิดกับคนที่เคยพบเจอได้ ชั้นสามารถสื่อสาร จับความเคลื่อนไหว อ่านความทรงจำ รับรู้ทุกสิ่งที่คนๆนั้นเคยสัมผัสมาไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความรู้ สำนึกของจิตใจ ไม่แค่นั้นนะกับคนที่คนๆนั้นติดต่อสื่อสารด้วย มันจะเชื่อมโยงกันไปเหมือนคนๆนั้นเป็นตัวพาหะนำโรคไปติดคนอื่น แล้วคนอื่นก็เป็นเหมือนพาหะนำโรคไปติดคนอื่นอีกที เชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับเน็ตเวิร์คของชั้นยังไงล่ะ "

 

" ชั้นก็แค่ใช้หน้าเธอเป็นบรรทัดฐานแล้วเอาไปควานหาในข้อมูลของคนอื่นๆเอา ชั้นก็ไปเจอเธอในข้อมูลของเอมิเลีย ว่าแต่เธอนี่สุดๆเลยนะ กะจะวัดฝีมือกับทุกคนเลยรึไง ? "

 

" นั่นมันก็เป็นเรื่องของชั้น ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าตัดสินให้หรอก "

 

กราวด์พุ่งทะยานเข้าหาลิ้งค์อีกครั้ง แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้มีท่าทีตกใจกลับเลย เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือทั้งสองก็ยังกอดอกไว้ แม้แต่รอยยิ้มของเธอที่แสดงออกมาก่อนหน้าก็ยังไม่หายไปจากใบหน้า

 

" ชั้นลืมบอกอะไรไปอย่าง อย่างที่รู้กันชั้นสามารถรับรู้ข้อมูลของเธอได้ผ่านความสามารถ ทั้งจุดอ่อนทั้งความสามารถที่เธอมี แต่ชั้นจะไม่ใช้มันหรอกนะ แล้วก็.. "

 

ร่างของกราวด์ปลิวไปทันทีที่ลิ้งค์หยุดคำพูด เธอรู้สึกได้ถึงแรงผลักมหาศาลราวกับอากาศตรงหน้ากลายเป็นกำแพงผลักเธอเอาไว้ กำแพงที่อ่อนนุ่มไร้แรงกระแทกแต่ทรงพลังจนมิอาจฝืนต้านทานได้ แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกกับกำแพงดาดฟ้าเรือเหาะฟลายอิ้ง โมโคน่าสุดยอดนวัตกรรมที่ โอไรออน ไวโอเล็ต มาว อัจฉริยะด้านอาวุธเป็นคนสร้างเอาไว้นั้น เธอกลับรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่อ่อนโยนพอๆกับแรงผลักฉุดร่างของเธอเอาไว้ไม่ให้กระแทก เหมือนกับจะปกป้องเธอไม่ให้ได้รับบาดเจ็บใดๆ

 

" นี่คืออีกหนึ่งความสามารถของชั้น ผลัก – ดูด ถ้าเธอคิดว่าเมื่อกี้ชั้นสงสารล่ะก็บอกไว้เลยนะว่าไม่ใช่ ชั้นแค่อยากแสดงความสามารถให้ดูก่อน ก่อนที่เราะจะสู้กัน เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลามางมหาความสามารถของชั้นแล้วสู้ให้เต็มที่ "

 

" ถ้ามัวแต่ระวังความสามารถที่ไม่รู้ เธอก็จะระวังตัวใช่มะล่ะ? ชั้นไม่ชอบการต่อสู้แบบนั้นหรอกนะ "

 

ป๊าบบ !

 

ลิ้งค์กำหมัดข้างหนึ่งกระแทกกับฝ่ามือจนเสียงดังลั่นชัดเจน

 

" การต่อสู้มันต้องเต็มที่ เต็มพลัง แล้วก็เต็มเหนี่ยว ถ้ามัวแต่ระแวงพลังที่ไม่รู้จักมันก็น่าเบื่อพอดีสิ "

 

หญิงสาวแสยะยิ้มกว้าง  เธอดึงเสื้อคลุมชั้นนอกออกจากร่างกายแล้วใช้มันคลุมทับไหล่แทนที่จะสวมเอาไว้เหมือนปกติ หมวกอันแสดงถึงเครื่องหมายกัปตันเรือถูกโยนขึ้นไปห้อยไว้บนพังงาเรือด้านบน พร้อมๆกับแรงกดดันที่แผ่ขยายไปทั่วลำเรือจนทุกคนรู้สึกได้ " ว่าตอนนี้ กับตันของพวกเขาเอาจริงแล้ว "

 

" เข้ามา !! กราวด์ เวอน่า "

 

ลิ้งค์ตะโกนลั่น แถมไม่ได้ตะโกนเปล่า เธอยังดึงร่างของกราวด์ที่อยู่ห่างออกไปเข้ามาด้วยพลังของเธออีกด้วย กำปั้นของลิ้งค์โดนเข้าเต็มแก้มของกราวด์ที่ยังไม่ได้ตั้งตัวจังๆ ตามด้วยการเหวี่ยงร่างของกราวด์กระแทกกับส่วนต่างๆของเรือฟลายอิ้ง โมโคน่าด้วยความสนุกสนาน เห็นได้ชัดว่าตอนนี้กราวด์เสียเปรียบสุดๆ แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะถึงแม้เธอจะจับกราวด์ได้อยู่มือ แต่ทุกครั้งที่ร่างของกราวด์เฉียดเธอไป

 

ลิ้งค์จะได้บาดแผลแทบทุกครั้ง !!?

 

ร่างของกราวด์ถูกกระชากเข้าหาลิ้งอีกรอบพร้อมกำปั้นที่กำลังจะเข้าปะทะกับหน้าอีกที แต่สิ่งที่ลิ้งคาดกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อจู่ๆร่างกายของกราวด์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด กลับยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

 

ฉึก !?

 

คาตานะสีแดงเข้มแทงทะลุไหล่ลิ้งค์ไปจนมิดด้าม แต่ก่อนที่คาตานะอีกเล่มจะเข้ามาถึงร่างของลิ้งค์ ร่างของกราวด์ก็ปลิวหน้าทิ่มไปนอนกองบนพื้นได้ทันท่วงที ลูกเรือโจรสลัดต่างลุกขึ้นด้วยความตกใจ แต่ก็สงบลงเมื่อเห็นสัญญาณจากรอยยิ้มของลิ้งค์

 

( โฮ่ นี่รึสภาวะที่ 2 Madness ( วิปลาส ) ของกราวด์ เวอน่า  จากข้อมูลที่รับรู้มา กราวด์จะค่อยๆรู้สึกสนุกกับการต่อสู้จนลืมเลือนตัวตนแล้วกลายสภาพเป็นนักรบคลั่งที่สนใจแต่การต่อสู้ แต่ดูแล้วชั้นว่ารับมือยากไม่เบาเลยนะ )

 

โดยไม่รอให้คิดต่อ กราวด์ในสภาวะที่สองก็พุ่งทะยานเข้าหาลิ้งค์ทันที หญิงสาววกเข้าไปด้านข้างของลิ้งค์แล้วใช้ดาบในมือฟัน แต่ลิ้งค์ก็ใช้ความสามารถของตัวเองผลักดาบของกราวด์ออกไปให้พ้นตัว

 

" หึ ต่อให้บ้าแค่ไหน แต่คนก็ยังเป็นคนเดิม คงไม่มีทางเก่งขึ้... ฉั๊วะ !! "

 

บาดแผลเล็กๆที่คอมันทำให้ลิ้งค์ตกใจอยู่ไม่น้อย เธอใช้ความสามารถผลักร่างของกราวด์ให้ปลิวไปอีกครั้ง แต่กราวด์กลับทิ้งดาบในมือข้างหนึ่งแล้วใช้มือข้างนั้นกำคอเสื้อลิ้งค์เอาไว้แน่น

 

แม้ว่าลิ้งค์จะไม่ได้ถูกดึงไปตามแรงผลักของตัวเอง แต่กราวด์ก็ไม่ยอมปล่อยมือเช่นกัน กราวด์พยายามจ่อดาบอีกข้างเพื่อแทงร่างของลิ้งค์ ลิ้งค์เองก็พยายามใช้พลังของตัวเอง ผลักดาบของกราวด์ออกไปเช่นกัน แต่ดาบของกราวด์กลับเข้ามาใกล้เธอเข้าทุกทีๆ

 

" แรงเยอะไม่เลว แต่อย่าคิดนะว่าแค่ดูดกับผลักจะทำอะไรเธอไม่ได้นะ กราวด์ "

 

ร่างของกราวด์ถูกผลักออกไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน คราวนี้ร่างของเธอบิดเบี้ยวให้เห็นชัดเจนราวกับมีกำแพงคอยกระแทกร่างของเธอให้ปลิวห่างจากตัวลิ้งค์ นิ้วมือทั้งสามที่กำคอเสื้อถูกกราวด์ผลักจากด้านในจนหักงอไปด้านหลัง กระนั้นนิ้วที่เหลือก็ยังไม่ยอมปล่อยจนลิ้งค์เริ่มหมดความอดทนกับความดื้อด้านของกราวด์

 

ในเสี้ยววินาทีที่ลิ้งค์กำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างนั้นเอง เธอกลับรู้สึกหนาวสันหลังไม่น้อยเมื่อเจอเข้ากับรอยยิ้มแสยะที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดบนใบหน้าของกราวด์ รอยยิ้มของคนบ้าที่ไม่หวั่นเกรงความเจ็บปวดและพร้อมจะพลีกายเพื่อให้ได้อาบเลือดของศัตรู    

 

ฮึ๊ย !! ตึงง !! เปรี้ยง !?

 

แรงกระแทกบวกด้วยแรงเตะส่งผลให้กราวด์ต้องลงไปนอนกองบนพื้นอีกครั้ง เมื่อลิ้งค์ผลักร่างเธอเข้ากับพื้นเรือแทนที่จะผลักออกไปเหมือนก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยผลักเท้าของตัวเองจากด้านหลังเพื่อเพิ่มแรงเตะเข้าไปท้องน้อยของกราวด์ที่นอนรออยู่เต็มรัก แล้วผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็น

 

" ดื้อด้านชะมัด " หญิงสาวสบถเบาๆ เธอยกมือขึ้นปาดแก้มที่มีเลือดซึมออกมาจากการโจมตีของกราวด์ที่ทำไว้เมื่อครู่ก่อนจะถูกเธอเตะกลิ้งไป แล้วเลียเลือดของตนที่เปรอะอยู่บนมือนั้นด้วยความพอใจ

 

" นักรบคลั่งที่ไม่สนใจบาดแผลหรือความเจ็บปวด ในหัวมีแต่เรื่องชัยชนะ สนุกสนานในการต่อสู้ มันก็ดีอยู่หรอก แต่แค่นั้นมันทำอะไรชั้นไม่ได้หรอกนะ กราวด์ เวอน่า "

 

ลิ้งค์ตวาดใส่กราวด์ที่กำลังลุกขึ้นยืน และเธอก็หมายความแบบนั้นจริงๆ หากสังเกตกันให้ดีๆ การต่อสู้ที่ผ่านๆมา เธอยังไม่ได้เอาจริงสักเท่าไหร่ ที่สำคัญ เธอยังไม่ได้ขยับไปไหนด้วยซ้ำ

 

" เข้าใจที่ชั้นบอกใช่มะ ถ้าเธอมีแค่นี้ก็รีบๆหายไปซะ มีแค่นี้น่... "  แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ลิ้งค์ต้องเงียบลงกลางคัน

 

หญิงสาวยกมือขึ้นเพื่อตั้งรับ แม้ปกติเธอจะไม่ต้องใช้มือในการต่อสู้ก็ตาม แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ด้วย

 

ยังไงซะพลังของเธอนั้น สามารถควบคุมได้ด้วยประสาทรับรู้และอิมพัลส์ตอบสนอง 100 % ของเธออยู่แล้ว การใช้ร่างกายออกอาวุธเหมือนที่ผ่านๆมามันก็แค่ทำให้เธอรู้สึกดี ที่ได้ใช้ร่างกายปะทะกับอะไรบางอย่างเท่านั้นแหละ แล้วตอนนี้เธอก็รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกว่ากราวด์เปลี่ยนไปอีกแล้ว จากข้อมูลที่เธอรับรู้มา นี่คือสภาวะที่สามของกราวด์ " Murder ( ฆาตกร ) "

 

" ชั้นรู้สึกเป็นเกียรติ์จริงๆ ที่ได้ต่อสู้กับเธอถึงสภาวะที่สามที่เป็นสภาวะสุดท้าย ในที่สุดเราก็จะได้สู้กันจริงๆจังๆซักที ชั้นล่ะรอจนเหนื่อย "

 

เงียบ.. เป็นคำตอบของกราวด์ในตอนนี้  ดุเหมือนสภาพของเธอจะแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง รังสีฆ่าฟันถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับหญิงสาวตรงหน้าไม่ต้องการสิ่งใด ไม่ต้องการต่อสู้ ไม่ต้องการสนุกสนานในการต่อสู้หรือสิ่งอื่นใด

 

( ..เล่นยากแหะ ) ลิ้งค์คิด

 

( เท่าที่เรารู้ สภาวะที่สามจะออกมาเมื่อสภาวะที่สองอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำรึไม่ก็รู้ตัวว่าไม่อาจเอาชัยได้ แต่สภาพนี้มันไม่เหมือนคนคิดจะสู้เลย เหมือนคนที่คิดแต่จะฆ่าให้ได้มากกว่า แบบนี้ไม่ค่อยชอบด้วยสิ )

 

หญิงสาวคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดีกับกราวด์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่จังหวะนั้นเอง ที่กราวด์บุกเข้าประชิด

 

" เฮ้ย !! "

 

ลิ้งค์ผลักตัวเองออกมาจากรัศมีดาบของกราวด์ด้วยความตกใจ เป็นครั้งแรกที่เธอขยับออกจากจุดยืนด้วยการโจมตีของกราวด์

 

ทว่า มันกลับไม่สามารถทำให้เธอทิ้งห่างจากกราวด์ได้แม้แต่นิดเดียว ด้วยความเร็วมหากาฬที่เทียบกับที่ผ่านๆมาไม่ได้เลย ทำให้กราวด์เข้าประชิดตัวเธอได้อีกครั้ง แถมยังเป็นจังหวะที่เธอผลักตัวเองถอยหลังอีกต่างหาก

 

ฉั๊วะ !!

 

ดาบอันดุดัน คมกริบ ฟันฟาดผ่านร่างลิ้งค์ไป ลูกเรือของเธอต่างลุกฮือด้วยความตกใจ แต่ลิ้งค์กลับไม่ได้เป็นอะไร นอกซะจากเสียเสื้อคลุมตัวโปรดไปเท่านั้นเอง ดีที่ว่าจังหวะนั้นเธอผลักร่างของตัวเองขึ้นไปบนฟ้าทัน ไม่งั้นสิ่งที่กลายเป็นสองท่อนอาจจะเป็นเธอแทนเสื้อคลุมก็ได้

 

" ความเร็วแสง ?? " ลิ้งค์สบถเบาๆ

 

ขีดความสามารถของมนุษย์นั้นไม่อาจก้าวไปถึงความเร็วแสงด้วยร่างเนื้อมันเป็นสัจธรรมอยู่แล้ว แต่คำว่า " มนุษย์ " มันใช้กับพวกเธอไม่ได้ แม้จะมีร่างกายเป็นแบบนี้ แต่ดวงดาวที่ลิ้งค์และกราวด์อาศัยอยู่ก็แตกต่างกัน ทั้งสภาพแววล้อม แรงดึงดูด และอะไรหลายๆอย่าง แต่กระนั้น การจะมีความเร็วเทียบเท่าหรือมากกว่ามันก็ยังยากอยู่ดี

 

( ความเร็วมากกว่าวิปลาสแบบเทียบไม่ติด พละกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ชดเชยกันได้ด้วยแรงพุ่ง ไม่คิดจะชนะ แต่คิดแค่จะสังหารเพียงอย่างเดียว )

 

" สมกับคำว่า ฆาตกรจริงๆ "

 

ลิ้งค์หัวเราะร่า ตอนนี้เธอยังยืนอยู่บนอากาศด้วยแรงผลักต่อเนื่องที่ใต้เท้าตัวเอง เธอก้มลงมองกราวด์ที่ยืนแหงนมองเธออยู่ข้างล่างด้วยความชื่นชมปนดีใจที่การต่อสู้ดีๆแบบนี้มาประสบพบเจอกับเธอ

 

" เลิกเล่นกันซักทีนะ ทีนี้.. "

 

" ชั้นจะเอาจริงบ้างล่ะ "  

 

ร่างของลิ้งพุ่งเข้าหากราวด์อย่างรวดเร็วด้วยการผลัก ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังดึงร่างของกราวด์ที่อยู่ห่างออกไปให้เข้าหาตังเองด้วย กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างพุ่งเข้าหากันและกัน แตกต่างกันที่ว่า คนนึงตั้งใจ ส่วนอีกคนไม่ตั้งตัว

 

เปรี้ยงงง !

 

เสียงกระทบดังก้องขึ้นเมื่อหมัดของลิ้งค์กระทบเข้าที่แก้มของกราวด์ กราวด์สะบัดดาบอันรวดเร็วของเธอเข้าโจมตี แต่ลิ้งกลับใช้ความสามารถผลักมือทั้งสองข้างให้กางออกไปด้านข้าง เท้าของลิ้งค์ถีบเข้าไปเต็มรักที่ท้องของกราวด์จนเจ้าตัวปลิวไป

 

" โฮ่ ขนาดนี้ยังตอบโต้ได้อีกนะ "  ลิ้งค์มองดูกางเกงที่เธอสวม มันมีบาดแผลเล็กๆเกิดขึ้นมาในจังหวะที่เธอถีบกราวด์เมื่อครู่  แล้วเอก็มองกราวด์ที่อยู่ห่างออกไป

 

" ฮึ๊ยย !! "

 

ร่างของกราวด์ถูกผลักให้ลอยสูงขึ้นไปบนอากาศ ลิ้งค์ทะยานตามไปโดยไม่ลังเล ยังไงซะ บนอากาศย่อมไม่มีที่ให้เหยียบ แน่นอนว่ากราวด์คงไม่สามารถตอบตีเธอได้ถนัดแน่ แต่ !! เธอกลับคิดผิด

 

เมื่อจู่ๆ กราวด์กลับพุ่งลงมาจากพื้นฟ้าลงมาหาเธอที่พุ่งขึ้นไปหาเช่นกัน

 

" อ้าวเฮ้ย !! กัปต๊านน "

 

เหล่าลุกเรือร้องลั่นเมื่อเห็นประกายแสงทั้งสอง ที่สะท้อนฉากอวกาศอันกว้างใหญ่เรียงร้อยด้วยหมู่ดาวมากมายนอกยานกระทบกันจนเกิดแสงสว่างจ้า ร่างของลิ้งค์และกราวด์ต่างยืนนิ่งหันหลังให้กันอยู่บนพื้นดาดฟ้าเรือเหาะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งคู่ตอนนี้ไม่มีใครขยับเลย

 

" ฟู่~ รู้สึกว่าชั้นจะชนะนะ " ลิ้งค์เอ่ยเบาๆพร้อมทั้งโชว์แขนเสื้อสีน้ำเงินของชุดเมดตะวันตกที่เธอคว้ามาจากการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา

 

การปะทะกันเมื่อครู่นี้เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายจริงๆ ใครจะไปคิดล่ะว่ากราวด์จะสามารถเหยียบอากาศได้ แถมยังพุ่งเข้ามาหาเธอซะอีก ยังดีที่ลิ้งค์ดึงร่างของตัวเองให้เฉออกนอกเส้นทางการโจมตีแล้วผลักตัวเองเข้าด้านข้างของกราวด์ในจังหวะนั้นทัน ไม่งั้นป่านนี้เธอคงกลายเป็นลูกชิ้นเสียบไม้ไปแล้ว

 

จิตสังหารคุกกรุ่นยังไม่จางหาย แม้ผลแพ้ชนะจะปรากฏออกมาให้เห็นกันจากการปะทะเมื่อครู่แล้วก็ตาม ดูเหมือนว่ากราวด์ เวอน่า จะยังไม่ยอมแพ้ แถม...

 

ความรู้สึกแปลกๆกลับเริ่มก่อตัวขึ้นมาด้วย ร่างของกราวด์ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เธอแหงนหน้าขึ้นไปด้านบนโดยไม่สนใจลิงค์หรืออะไรๆรอบตัวเลยแม้แต่น้อย รังสีการฆ่าฟันที่ปล่อยออกมาต่อเนื่องอย่างเมื่อครู่ก็หมดไป ไม่มีออร่าใดๆแผ่ออกมาอีก มีแต่ความสงบ เงียบ และผ่อนคลายเท่านั้น

 

กราวด์เบนสายตาของตนมองรอบด้าน แล้วมาหยุดอยู่ที่ลิ้งค์ เธอไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มบ้าคลั่งของสภาวะที่ 2 ใบหน้าขึงขังเคร่งเครียดของสภาวะที่ 3 แต่มันกลับทำให้ลิ้งค์ผู้ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลนี้ทำเกรงกลัวได้ถึงกับหนาวสันหลังวาบ

 

เพราะเธอได้รู้จักข้อมูลของกราวด์ เวอน่าคนนี้เพิ่มขึ้นด้วยตัวเองแล้ว !!

 

" อ่าฮะ แบบนี้นี่เอง " ลิ้งค์ร้องลั่นเมื่อเข้าใจกลไกของกราวด์เรียบร้อยแล้ว

 

" สูงสุดคืนสู่สามัญสินะ เคยได้ยินมาเหมือนกันที่ว่าบางคนแม้จะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่สุดท้ายการกลับมาสู่จุดเริ่มต้นกลับกลายเป็นความสามารถสูงสุดของคนๆนั้น เธอเองก็เหมือนกันสินะ เพราะความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตน แต่พอพ่ายแพ้อีกครั้งคงจะทำให้นึกถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองขึ้นได้ "

 

" อืม! นั่นก็ต้องขอบใจเจ้า ตอนนี้ข้านึกถึงสิ่งที่ตัวเองขาดหายไปออกแล้ว "

 

ลิ้งค์ถึงกับอ้าปากค้างไม่เชื่อหูของตน ในที่สุดหลังจากที่เริ่มต่อสู้กันมานานเธอก็ได้ยินคำพูดของกราวด์ซักที ท่าทางของเธอเองก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดูสุขุม สงบเงียบ จะให้เปรียบก็เหมือนมหาสมุทรที่นิ่งสงบแต่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อที่มีลมพัดผ่านมา ค่อยดุเหมือนกราวด์ในอดีตที่อยู่ในความทรงจำของเอมิเลียจริงๆ

 

รอยยิ้มดีใจของลิ้งค์ฉาบบนใบหน้าอีกครั้ง คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้แหละที่เธอต้องการ ในตอนนี้เธอไม่สามารถบอกได้ถึงผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า แต่เธอกลับดีใจ ที่ตัวเองได้ทำให้หญิงสาวตรงหน้าขึ้นนี้สามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของตัวเองได้เสียที

 

" ดี ..ดีมาก " ลิ้งค์ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง ลูกเรือฟลายอิ้งโมโคน่าต่างกลืนน้ำลายเฮื้อกใหญ่เมื่อเห็นกัปตันของตนดึงผ้าปิดตาที่ผนึกดวงตาข้างซ้ายออก ออร่าและแรงกดดันแผ่พุ่งจนรู้สึกได้ไปทั่วลำเรือฟลายอิ้งโมโคน่า

 

ลูกน้องของลิ้งค์ต่างรู้ดีว่าดวงตาข้างที่กัปตันของเขาปิดเอาไว้ไม่ได้บอดหรือเป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ปิดเอาไว้เท่ห์ๆเพื่อให้สมกับเป็นกัปตันสลัดอวกาศด้วย แต่มันเป็นการสร้างจุดบอดให้ตัวเองเพื่อให้เสียเปรียบในการต่อสู้ต่างหาด และเมื่อเธอถอดมันออกมาแล้ว แสดงว่าตอนนี้

 

เธอเอาจริงสุดๆแล้ว !!

 

" ชั้นขอขนานนามสภาพที่ 4 นี้ว่า late autumn ก็แล้วกัน " ลิ้งค์ยิ้ม เธอทุบกำปั้นของตนใส่ฝ่ามืออีกข้างอีกครั้ง

 

" เข้ามาเลย ชั้นจะอัดเธอให้หมอบไปเลย "

 

และนั่นคือสัญญาณครั้งสุดท้ายในการต่อสู้ของเหล่าคนที่ถูกขนานนามว่า

 

‘ เทพสงคราม ’

Name : Orion Network Link  ( โอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ )

Nickname :  Psycho Linker ( เครือข่ายไร้แก่นสาร ) , เทพสงคราม

Birth : ???  

Three sizes : 80 / 45 / 82      170 cm   48 kg

Character type :Human

Job Class : Pirate ( สลัดอวกาศผู้สาปสูญ )

Guardian : ลูกเรือฟลายอิ้ง โมโคน่า
 

      สลัดอวกาศผู้รักความอิสรเสรีมากกว่าใครๆในมหามิติริบลา ปกติจะไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัวเธอมากนักเนื่องจากเธอกับลูกเรือของเธอออกท่องเที่ยวไปเรื่อยตามมิติย่อยหรือมหามิติต่างๆโดยไม่มีทิศทางที่แน่นอน ด้วยพลังของเรือเหาะที่เธอครอบครองอยู่ ( Flying Mocona[ ฟลายอิ้ง โมโคน่า ] ) ทำให้เธอสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้เท่าที่เธออยากไปด้วยความเร็วชั่วพริบตา แต่โดยปกติเธอจะไม่ทำแบบนั้นเพราะเธอชอบมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านไปมากกว่า

    ลิ้งค์เป็นพี่สาวคนเดียวของมาวและเป็นเป้าหมายของมาวด้วย แต่เธอกลับมีนิสัยต่างกับมาวแบบสุดขั้ว เธอเป็นคนไฮเปอร์สุดๆสนุกสนานเฮฮากับชีวิตไปวันๆ เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก ด้วยความที่เธอเป็นสลัดอวกาศที่ออกท่องไปทั่วทุกแห่งหนแต่เธอกลับไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดหรือใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะตัวเธอนั้นแข็งแกร่งมาก และเธอก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครด้วยแม้กระทั่งกราวด์ เวอน่า เธอชื่นชอบการต่อสู้มากไม่ว่าจะกับคนที่อ่อนแอกว่า คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเทียบเท่า หรือมากกว่าก็ตาม แต่ตัวเธอกลับไม่สรรหาการต่อสู้นั้นเพราะเธอถือว่ามันเป็นวาสนาที่บังเอิญพบเจอนั่นเอง

    ความสามารถของลิ้งเป็นความสามารถที่ธรรมดามาก ถ้าหากวัดกันที่พลังความสามารถแล้วนั้น ความสามารถที่เธอครอบครองแม้จะเป็นความสามารถที่ใช้สู้ได้จริงแต่มันจะอยู่ในระดับต่ำสุดๆ และความสามารถที่ว่านั่นคือผลักกับดูดเท่านั้นเอง แต่เธอกลับทำให้คำจำกัดความของพลังที่แสนต่ำต้อยของตัวเองกลายเป็นความยิ่งใหญ่ไปในทันทีเพราะแม้เนื้อแท้พลังของเธอจะเป็นเช่นนั้น เธอกลับใช้มันได้อย่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบที่สุด จนกระทั่งเธอถูกเรียกขานกันในหมู่อัศวินที่รู้จักและเคยพบหน้าว่า " เทพสงคราม " ดั่งที่กราวด์ เวอน่า ที่ถูกเรียกขานว่าเทพแห่งสงครามอีกคนกล่าวเอาไว้ว่า " หากชั้นผู้เคยพ่ายแพ้ถูกเรียกขานว่าเทพแห่งสงคราม แล้วหญิงสาวอีกคนที่ชั้นไม่สามารถเอาชนะได้ล่ะจะถูกเรียกว่าอะไร "

 

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ไม่มี

 

เพิ่มเติม

Flying Mocona – ประดิษฐ์กรรมโบราณที่ถูกค้นพบเมื่อหลายร้อยปีก่อนในมหามิติย่อยที่ 62 มันเป็นเรือเหาะโบราณมีอายุหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหนหรือใครเป็นผู้สร้าง แต่คาดกันว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสงครามระหว่างดวงดาวเมื่อนานมาแล้ว ตอนค้นพบครั้งแรกไม่มีใครรู้วิธีควบคุมมันด้วยซ้ำ มันถูกทิ้งให้เป็นเศษเหล็กบนดวงดาวเรกิออสอยู่นานนับร้อยปีโดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรกับมันได้ จนกระทั่งอัจฉริยะด้านอาวุธ ( โอไรออน ไวโอเล็ต มาว วัย14 ในเวลานั้น ) ถูกเรียกตัวให้จัดการกับมัน และด้วยความสามารถของมาว มันจึงสามารถบินได้อีกครั้งอีกทั้งมาวยังปรับแต่งให้เรือเหาะที่ทรงอานุภาพขนาดสั่นคลอนดวงดาวได้อยู่แล้วให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเข้าไปอีก เรียกได้ว่าในบรรดาอาวุธทรงอานุภาพในรูปแบบของเรือเหาะที่มาวสร้างขึ้นมา Flying Mocona คือจุดสูงสุดของอาวุธรูปแบบเรือเหาะทุกชิ้น และปัจจุบันมันก็อยู่ในความครอบครองของโอไรออน เน็ตเวิร์ค ลิ้งค์ สลัดอวกาศผู้ไร้เทียมทานผู้นี้นั่นเอง

- เธอเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กราวด์ เวอร์น่าบรรลุถึงสภาวะขั้นสุดท้าย ( สภาวะที่ 3 )

- ลิ้งเคยสู้กับกราวด์ชนิดที่ว่าตายกันไปข้าง แต่ทั้งคู่กลับไม่มีใครได้รับชัยชนะ ปัจจุบันทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน พบหน้ากันเมื่อไหร่ต้องมีการประมือกันชนิดที่ว่าจะฆ่ากันให้ได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครได้รับชัยชนะเลย

- เธอยังมีความสามารถอีกอย่างนอกเหนือจากผลักกับดูด แต่มันไม่เกี่ยวกับการต่อสู้เธอจึงไม่เคยบอกใคร แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเอาไว้หรอกนะ

- เธอหวังว่าจะได้สู้กับ Lord of Vermillion ซักครั้ง เพราะเธอรู้ว่ากราวด์เคยพ่ายแพ้ให้กับคนๆนี้ แล้วเธอก็หวังว่าสักวันจะมีโอกาสได้พบเจอโอกาสนั้น

Name : Emilia Crossword  ( เอมิเลีย ครอสเวิร์ส )

Nickname :  Crane Black Witch  ( กระเรียนกระดาษ ) , หมากเบี้ยในกำมือ

Birth : ???  

Three sizes : 86 / 42 / 84      168 cm   40 kg

Character type : Witch

Job Class : Adviser

Guardian : ไม่มี
 

       อีกหนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้งอัศวินแห่งริบลาเทอร่าเฟียร์ที่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นหน้าเห็นตาเป็นคนที่สองต่อจากฟอลเลน เธอผู้แสนฉลาดล้ำกว่าใครๆ เป็นจอมวางแผนที่เก่งกาจที่สุดในมหามิติ เป็นทั้งตัวป่วนที่อาจทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกเหม็นขี้หน้าทันที่ที่ได้พบเจอ มีคนไม่น้อยในริบลาหรือมิติอื่นๆที่หลงกลให้เคลื่อนไหวไปตามที่ตัวเธอคิดโดยไม่รู้ตัว ดุจตัวเบี้ยตัวหนึ่ง ความสามารถในการวางแผนของเธอนั้นเรียกได้ว่าสุดยอด เธอไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครเลยใม่ว่าจะเป็นการวางแผนรูปแบบไหน เกมส์ เบื้ย หรือแม้กระทั่งรูปแบบของสงครามดังที่เธอเคยกล่าวประโยคสั้นๆให้โอดีนฟังว่า “ สำหรับเธอสงครามมันก็เป็นแค่สนามเด็กเล่นเท่านั้นเอง ” แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนารมณ์และจุดหมายที่แท้จริงของเธอในการร่วมสงครามอันยาวนานครั้งนี้เลย

     ไม่เพียงแต่ความสามารถในการวางแผนที่ไม่เป็นรองใครเท่านั้น แต่พลังในฐานะแม่มดของเธอเองก็ใช่ย่อย หากนับแค่ความสามารถในหมู่อัศวินแล้วนั้น เรียกได้ว่าคนที่สามารถเอาชนะเธอได้อย่างเด็ดขาดก็คงมีแต่ ทาล๊อตเต้ ฟลัง เพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนั้นได้ ในหมู่ของ 4 แม่มดเองก็เช่นกัน แม้ความสามารถโดยรวมเธอจะอ่อนแอกว่าคนอื่นๆก็ตาม

     ความสามารถที่เธอแสดงให้เห็นบ่อยๆนั้นอาจจะดูไม่น่ากลัว แม้แต่มิติสนธยาซึ่งเป็นมิติส่วนตัวของเธอเองก็เช่นกัน แต่มันกลับแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ในมิติสนธยานั้นเอมิเลียคือกฎ และเป็นกฎที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆก็ตาม  ผู้ที่โดนขังเอาไว้ภายในจะต้องทำตามกฎที่เอมิเลียตั้งเอาไว้จึงจะสามารถออกมาได้ และด้วยพลังของเธอที่เสริมเข้าไปในมิติสนธยาทำให้มันไม่สามารถถูกทำลายได้ไม่ว่าจะจากภายในหรือภายนอก อีกทั้งเธอยังสามารถดึงเอา ช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งเข้ามาไว้ในมิติสนธยาได้อีกด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เธอแสดงให้เห็นจะเป็นทุกสิ่งที่เธอมี

     เพราะถ้าหากในโลกนี้มีแม่มดแห่งความจริงและเหตุผลแล้วไซร้ เอมิเลียก็คือแม่มดแห่งความบังเอิญและสิ่งไร้เหตุผลนั่นเอง

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ไม่มี

 

เพิ่มเติม

- เธอเป็นหนึ่งในอัศวินริบลาไม่กี่คนที่เคยเห็นหน้าค่าตาคนอื่นๆ ส่วนหนึ่งก็คือเธอเป็นคนคัดเลือกเอง และเธอก็เป็นผู้จดบันทึกหน้าตา ฉายา และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆลงในสมุดบันทึกของเธอ

- ปัจจุบันเธออยู่ในมิติย่อยที่ 97 ของมหามิติเทอร่าเฟียร์  เพื่อร่วมสงครามในมิตินั้น โดยไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ว่าเธอต้องการอะไรจากสงครามนี้

 

Name : Noel Maple Machumas  ( โนเอล มาเปิล มาชูมาส ) , Seraphim [ เซราฟีม ]

Nickname :  Neo Venezia ( อุปรากรผู้ร่ายโคลงทำลายล้าง ) , Aria Rad Witch ( ฉายาของเซราฟีม ) , อาภรณ์ขาวในชุดแดง

Birth : ??? (Seraphim ) , 12 December ( Noel )

Three sizes : 87/ 51 / 85      168 cm   47 kg

Character type : Witch

Job Class :  Asleep

Guardian : Spade ( โพดำ ) , Heart ( โพแดง ) , Diamond ( ดอกจิก ) , Club ( ข้าวหลามตัด ) , Joker ( โจ๊กเกอร์ )
 

       แม่มดแห่งการทำลายล้างผู้ครองพลังทำลายอันสุดหยั่งและน่าสะพรึงกลัวที่สุดในมหามิติริบลา พลังของเธอสามารถสั่นคลอนมหามิติได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว พลังของเธอนั้นนับได้ว่ามากมายมหาศาล ในหมู่แม่มดด้วยกันหากนับแค่พลัง เธอเป็นรองแค่เพียงราชินีแม่มดฟอลเลนเท่านั้น เธอเคยแสดงพลังออกมาหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งใดที่เธอจะเอาจริงเลยสักครั้งแม้แต่ตอนที่ไล่ต้อนแม่มดดำกับแม่มดขาวครั้งแรก ( ตอนนั้นเธอเพิ่งตื่นจึงยังไม่ชินกับร่างกายแถมตอนหลังยังโดนฟอลเลนอัดปางตาย แถมหลังจากนั้นไม่นานยังโดนบลายธ์อัดเลือดท่วมอีกต่างหาก )

       สำหรับโนเอลนั้น ฟอลเลนถือเป็นผู้เดียวที่สามารถทำให้เธอหวาดกลัวได้เธอจึงชิงชังฟอลเลนมากกว่าใครๆ และสัญญากับตัวเองว่าสักวันหนึ่ง เธอจะฆ่าฟอลเลนด้วยตัวของเธอเองให้สาสมกับที่ฟอลเลนเคยเกือบจะทำลายเธอในตอนถือกำเนิด ถึงแม้จะมีบลายธ์อีกคนที่เคยทำกับเธอแบบนี้แต่นั่นก็เป็นตัวเธอที่ดันไปแส่หาเรื่องเอง ตอนหลังเธอกลับพลาดท่าให้กับแม่มดขาวจนต้องเลื่อนแผนการจัดการกับฟอลเลนออกไปอีกนานแสนนาน

       แต่เดิมนั้นโนเอลไม่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นตัวร้าย เมื่อก่อนเธอเป็นแม่มดที่มีจิตใจสูงส่งและมีเมตตายิ่งกว่าใครๆ แม้พลังของเธอจะเป็นพลังแห่งการทำลายล้างซึ่งไม่ได้เข้ากันกับนิสัยของเธอก็ตาม อีกทั้งเธอยังเป็นเพื่อนสนิทของฟอลเลน แม่มดขาวและแม่มดดำอีกด้วย กระทั่งวันแห่งฝันร้ายก็มาถึงเมื่อมีเหตุให้เธอถูก [ ห้วงคำนึงมายาฝัน ] ครอบงำกัดกินจิตใจเธอจนหมด ซึ่งนั่นคือจุดกำเนิดของอัศวินริบลาหมายเลข 4 โนเอล มาเปิล มาชูมาส อย่างแท้จริง แถมตัวเธอยังเป็นต้นเหตุให้อัศวินริบลาหมายเลข 20 [ ราชันย์เพลิงฟ้า ] ถือกำเนิดขึ้นมาอีกด้วย

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ไม้เท้า – ( Aria ) เป็นไม้เท้าประจำตัวของโนเอล มันมีความสามารถกระจายพลังของเธอออกไปรอบๆดั่งบทเพลงที่ดังกังวาลไปทั่วจักรวาล ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ หรือใครเป็นคนสร้าง หากแต่มันสามารถทนพลังของโนเอลได้โดยไม่แตกเป็นเสี่ยงๆ เธอจึงใช้มันเป็นอาวุธคู่มือเรื่อยมา

 

แซ่ – ( Aqua ) มีลักษณะเป็นกระดุมรูปกุหลาบที่ติดอยู่ด้านหลังของชุดที่โนเอลใส่ มันสามารถแตกหน่อออกมาเป็นหนามกุหลาบมากมายล้อมกรอบร่างของโนเอลเอาไว้ มันมีพลังป้องกันสูงมาก อีกทั้งยังสามารถโจมตีกลับได้ในเวลาเดียวกัน มันจึงเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่เธอใช้ประจำ

 

เพิ่มเติม

เธอเป็นอดีตหนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้งอัศวินแห่งลิบราเทอราเฟียร์

ห้วงคำนึงมายาฝัน – เป็นกลุ่มก้อนความชั่วร้ายของมหามิติ  มันเป็นหนึ่งใน [ สมบัติเก้าชิ้น ] ที่มีจุดกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆกับมหามิติ ห้วงคำนึงมายาฝันนั้นมีสภาพเป็นของเหลวล่องลอยไปตามมหามิติ มันไม่ได้มีพลังในตัวเองมากมายนักแต่มันไม่สามารถกำจัดทิ้งได้ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม หากเกิดการสัมผัส มันจะไหลเข้าร่างของคนๆนั้นด้วยพลังมหาศาล การจะดึงมันออกมาจากร่างในขณะที่สิ่งสู่เป็นเรื่องยากมาก เมื่อมันสิ่งสู่ร่างนั้นแล้ว คนๆนั้นจะถูกชักจูงเข้าสู่ด้านมืดทันที จิตใจเดิมไม่ว่าจะดีงามหรือสูงส่งแค่ไหนจะถูกกัดกินและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน กลายเป็นคนใหม่ในร่างเดิมจนกว่าร่างนั้นจะถูกกำจัดลงไป  

สมบัติเก้าชิ้น – เป็นสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมมหามิติ แต่ละชิ้นมีพลังและคุณค่าหน้าที่ในตัวของมันเอง ปัจจุบันที่ปรากฏให้รู้จักในมหามิติริบลาแล้วมีดังนี้

1 – Confuse Dream ( ห้วงคำนึงมายาฝัน ) : ผู้ถือครอง [  อุปรากรผู้ร่ายโคลงทำลายล้าง โนเอล มาเปิล มาชูมาส ]

2 – Immortal Blue ( เพลิงอมตะ ) : ผู้ถือครอง [ ราชันย์เพลิงฟ้า ]

3 – Soul Night Lady ( เจ็ดมหาราตรี ) : ผู้ถือครอง [ จักรพรรดิเงิน ]

4 – The Destroyer ( มหันตภัยแห่งดวงดาว ) : ผู้ถือครอง [ ราชันย์สีชาด โซโลม่อน ]

5 – Aurora ( ประกายแสงอันอบอุ่น ) : ผู้ถือครอง [ ปีกแห่งราชันย์ผู้โอบกอดทุกสรรพสิ่ง ทาล๊อตเต้ ฟลัง ]

6 – Beautiful Safeguard ( อาภรณ์คุ้มภัย ) : ผู้ถือครอง [ราชันย์แห่งชีวิตก่อเกิด สกาย ไฮ ]

 

Name : Antique Vintage Blythe ( แอคติคอล วินเทจ บลายธ์ )

Nickname :   Doll Factory  ( โรงงานตุ๊กตาไร้สิ้นสุด ) , มหาปราชญ์แห่งเจตจำนงคู่ขนานนิรันดร์

Birth : ???

Three sizes : ???

Character type : Doll 

Job Class :  Hikikomori

Guardian : ชิซุย , โคฮาคุ , เหล่าตุ๊กตาในโรงงาน

       มหาปราชญ์แห่งธารมิติผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าใครๆที่เคยรู้จักมาทั้งหมด  เธอเป็นหนึ่งในสามมหาปราชญ์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในตอนนี้และรั้งตำแหน่งอัศวินแห่งริบลาเทอร์ร่าเฟียร์หมายเลขแปดเอาไว้ด้วย  ในอดีต  เธอเป็นผู้แสวงหาความงามที่คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์มาโดยตลอด  เธอแย่งชิงความงดงามเหล่านั้นมาจากเจ้าของโดยไม่สนใจสิ่งใดๆทั้งนั้น  จนกระทั่งวันหนึ่ง  เธอก็ได้รู้ซึ้งถึงความงามที่เธอแสวงหามาชั่วชีวิตว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้  เธอท้อแท้  สิ้นหวัง  แต่ในวินาทีที่ร่างของเธอกำลังจะแตกสลายนั้น  เธอได้พบกับ  Lord  of  Vermillion

       Lord  of  Vermillion    มอบชีวิตใหม่ให้กับบลายธ์  ทำให้บลายธ์รู้สึกซาบซึ้งในตัวของ Lord  of  Vermillion    หลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตนับจากนี้เพื่อเขา  แต่จนถึงบัดนี้  บลายธ์ก็ยังไม่เคยพบกับ Lord  of  Vermillion     อีกเลย  แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น  เธอก็ยังเป็นผู้ครอบครองอาวุธสองชิ้นของ Lord  of  Vermillion  เอาไว้  เพื่อที่สักวันจะมอบให้กับเขา  เมื่อยามได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง 

       บลายธ์เป็นริบลาไม่กี่คนที่ไม่ค่อยปรากฏตัวตนที่แท้จริงให้ใครเห็น  ปกติเธอจะใช้ตุ๊กตาที่นอนเกลื่อนอยู่ในบ้านสักตัวเป็นตัวแทนซะมากกว่า  การที่เธอจะปรากฏตัวด้วยร่างจริงนั้นนั่นหมายถึงฝันร้ายของคนที่พบเห็นโดยแท้  ดั่งที่ริบลาหมายเลข 18 เคยกล่าวเอาไว้ว่า   การปรากฏตัวด้วยร่างจริงของบลายธ์ก็หมายถึงการเรียกอาวุธทำลายล้างที่สามารถสั่นคลอนการคงอยู่ของมหามิติทั้งหมดออกมานั่นเอง  ในตอนนี้มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่เคยเห็นร่างที่แท้จริงของเธอแล้วยังมีชีวิตอยู่ นั่นคือ   Lord  of  Vermillion , Waffe Memory กับ Halloween เท่านั้นเอง

 

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

เหล่าตุ๊กตาในโรงงาน

 

เพิ่มเติม

-บลายธ์เป็นผู้ครอบครองอาวุธของ  Lord  of  Vermillion  เอาไว้กับตัวถึง 2 ชิ้น นั่นคือ Atlantis กับ Catastrophe

[Cinq] DreizehnHeart

posted on 05 Sep 2011 11:34 by ejichiki  in DreizehnHeart

Name : Cinq ( แซงค์ )

Old name : Ofiara Mild ( โอเฟียร์ร่า มายด์ )

Birth : ???

Three sizes : B81/W55/H79       178 cm   1075 kg

Character type : Bionic 

Job Class : War Machine

status : ??

      พี่สาวสุดเท่ห์แห่งไดรเซนฮาร์ทผู้ครอบครองรอยสักหมายเลข 6 ผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆออกมาทางสีหน้าเลย เธอเป็นคนหน้าตายด้านที่สุดในหมู่พี่น้อง การพูดจาก็ปกติดีทุกอย่างแต่การแสดงอารมณ์ทางสีหน้านั้นจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาดแม้เธอจะยิ้มก็ตาม แต่เรื่องนิสัยนั้นกลับดีเป็นอันดับต้นๆ เป็นคนมีความรับผิดชอบพอสมควรแถมยังมีความเป็นมิตรสูงมาก แถมยังเป็นที่รักของเด็กๆในสถานรับเลี้ยงเด้กกำพร้าของท่านหญิงฟลังค์มากกว่าโทฟที่อยู่ประจำซะอีก

      แซงค์นั้นใช้หมัดเปล่าๆเป็นอาวุธเหมือนกับโทฟ หมัดของเธอนั้นทรงพลังมาก มากถึงขนาดถล่มภูเขาหินสูงชันให้ถล่มได้ด้วยหมัดเดียว แถมยังมีท่าที่สามารถสวนกลับคู่ต่อสู้ที่เรียกว่า Counter Knockdown อีกด้วย มันยิ่งทำให้เธอน่ากลัวขึ้นไปอีกมากโข หากคิดจะต่อสู้กับแซงค์ตัวต่อตัวล่ะก็ ขอให้เลิกคิดได้เลย 

      โดยปกตินั้นแซงค์จะได้รับมอบหมายงานที่ต้องสำรวจสิ่งต่างๆรอบๆจักรวาลซะมากกว่า เธอจึงไม่ค่อยมีเวลาโผล่มาหาพี่น้องคนอื่นๆบ่อยนัก คู่ของเธอคืออิจิซึ่งดูแล้วทั้งคู่ต่างกันมากด้านนิสัยใจคอ แต่กลับลงตัวที่สุดเมื่อต้องต่อสู้แบบเป็นคู่ และที่สำคัญ เธอยังเป็น 1 ใน 5 ไดรเซนฮาร์ทรุ่นแรกด้วย
 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ไม่มี
 

เพิ่มเติม


- แซงค์เป็นผู้ถือครอง PhantasMoon ซึ่งเป็นยานอวกาศที่ดีที่สุดนับจากนี้ไปอีกหมื่นปี ตัวยานถูกสร้างอย่าประณีตที่สุดด้วยฝีมือของ [ นักค้าความตายผู้โดดเดี่ยว ] มันจึงเป็นทั้งยานอวกาศที่ใช้เดินทาง เป็นทั้งอาวุธที่ทรงอานุภาพ


- ไดรเซนฮาร์ทนั้นเริ่มจากหญิงสาว 5 คนอันได้แก่ อิจิ ( Ichi ) , ไดร ( Drei ) , แซงค์ ( Cinq ) , เซตเต้ ( Sette ) , และหญิงสาวอีกคน

บันทึกพิเศษแห่งลิบรา  ค่ำคืนแห่งเหล่ามารร้าย

 

ภายใต้แสงจันทร์เต็มดวงที่ลอยเด่นและสาดแสงสว่างอวดตัวของมันไปทั่วทั้งดวงดาวในยามค่ำคืน   ยังคงมีหญิงสาวผุ้หนึ่งที่ไม่รู้สึกรู้สากับความสวยงาม  หรือความยิ่งใหญ่ของมันเลยแม้แต่น้อย  เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ที่เป็นหนึ่งในชุดโต๊ะน้ำชาไม้เนื้อแข็งสลักลวดลายแปลกตา  ที่ตั้งอยู่บนระเบียงที่ยื่นออกมาจากชั้นสองของคฤหาสน์รูปทรงยุโรปขนาดใหญ่สีดำทมิฬ  อย่างผ่อนคลาย  ไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่สำหรับหญิงสาวที่ต้องมานั่งดูดวงจันทร์เต็มดวงอยู่คนเดียวแบบนี้  แล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้พิศวาสมันด้วย

 

" น่าเบื่อ  "

 

หญิงสาวบ่นขึ้นเบาๆ  เธอค่อยๆพยุงร่างกายบอบบางของตนให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ  ก่อนที่เธอจะลอยตุ๊บป่องๆ เข้าไปในคฤหาสน์ของตน  พร้อมๆกับความมืดที่คลืบคลานเข้ากัดกินดวงจันทร์เต็มดวงด้วยจันทรคราสที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  และคืนนี้ก็จะเป็นอีกคืนที่ความมืดมิดได้เข้ากัดกินแสงสว่างแห่งจันทราเต็มดวง  เหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา

 

" หืม? อะไรอีกล่ะ?  หายไปไหนกันหมดนะ? "

 

หญิงสาวบ่น  พลางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาอะไรบางอย่างหรือใครบางคนที่อาจจะอยู่แถวๆนั้น  แน่นอนล่ะว่าทั้งคฤหาสน์นั้นคงไม่ได้มีแต่เธอที่อาศัยอยู่แน่ๆ  ถึงเดี๋ยวนี้จะไม่ค่อยมีคนพลุ้งพล่านไปมาหาสู่คฤหาสน์แห่งนี้บ่อยๆเหมือนแต่ก่อนก็เถอะนะ

 

" เนล ! " หญิงสาวส่งเสียงเรียกใครบางคนที่เธอรู้จัก  แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย

 

" ..... เฮ้  โคโรเน็ต  อยู่แถวๆนี้รึปล่าว?  " 

 

หญิงสาวส่งเสียงเรียกอีกครั้ง  แต่ก็มีแต่ความเงียบตอบกลับมาเหมือนเมื่อครู่  เธอรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยเพราะปกติหากเธอร้องเรียกแบบนี้แล้ว  บุคคลที่เธอเรียกไปทั้งสองคนจะต้องมีใครซักคนที่ขานรับตอบ   แต่นี่กลับหายไปทั้งคู่มันชวนให้เกิดความสงสัยซะเหลือเกิน  หญิงสาวใช้มือเรียวเล็กของเธอปาดผมทรงทวิลเทลของตัวเองเล็กน้อย  แล้วลอยไปตามทางเดินอันมืดมิดในคฤหาสน์   แต่ถึงแม้มันจะมืดมิดสักเท่าไรแต่สำหรับหญิงสาวมันกลับไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนที่ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์แบบนี้

 

" เอี๊ยด!  ตึง!?  "

 

เสียงประตูใหญ่หน้าคฤหาสน์ดังลั่นเมื่อหญิงสาวผลักมันไปชนกับกำแพงด้านนอก  อันที่จริงเวลาแบบนี้เธอไม่อยากออกไปข้างนอกสักเท่าไหร่หากมันไม่จำเป็นเหมือนอย่างตอนนี้น่ะนะ  แล้วตัวเธอเองก็ไม่ได้ชอบเรื่องยุ่งยากสักเท่าไหร่เธอจึงอยากจะให้เรื่องมันจบเร็วที่สุดเพื่อให้ตัวเธอเองได้นั่งเบื่อต่อ   หญิงสาวเดินออกไปจนถึงสวนหย่อมที่มีพุ่มกุหลาบเล็กๆประดับประดาอยู่เป็นหย่อมๆ  ดอกกุหลาบแดงที่กำลังบานอวดสีสันของตนเองก็เช่นกันซึ่งหากมันเป็นตอนกลางวันมันคงจะสวยน่าดูไม่น้อยทีเดียว

 

" เอาล่ะ  มีธุระอะไร?  " หญิงสาวพูดขึ้นมา  อากาศรอบๆตัวเธอเริ่มบิดเบี้ยวเป็นโพรงเล็กๆก่อนที่ด้ามจับของร่มสีดำที่มีรูปร่างคล้ายๆแมวจะถูกผลักออกมาจากโพรงดังกล่าวเพื่อให้หญิงสาวได้ถือมันแล้วชี้ปลายร่มไปด้านข้าง  ตรงพุ่มกุหลาบ

 

" ออกมาได้แล้วมั้ง  ชั้นรู้ตัวตั้งแต่เธอเข้ามาในคฤหาสน์ของชั้นแล้วล่ะ  "   หญิงสาวพูดต่อ  แต่ก็ไม่มีเสียงใดหรือสิ่งใดตอบกลับเธอ  นอกจากเสียงลมที่พัดผ่านร่างของเธอในยามค่ำคืน

 

" ช่วยไม่ได้น้า...  "

 

พริบตาที่หญิงสาวพูดจบ  ดวงตาสีโลหิตของเธอก็พลันส่องสว่างขึ้นมา  แล้วจุดที่เธอมองก็เกิดการบิดเบี้ยวของอากาศขึ้นมาเป็นลูกกลมขนาดใหญ่พอที่จะครอบรถยนต์คันนึงได้สบายๆ  แล้วในตอนนั้นนั่นเอง  บางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวจากจุดดังกล่าวพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็วที่น่าพรั่นพรึง

 

 

ฉั๊วะ !

 

เสียงโลหะมีคมเฉือนเข้าที่บริเวณคอของหญิงสาวจนศีรษะเธอขาดสะบั้น  หัวของหญิงสาวกระเด็นออกไปตกห่างจากร่างกายหลายเมตร  เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วย้อมสีแดงของกุหลาบที่แดงอยู่แล้วให้แดงขึ้นไปอีก  แต่น่าแปลกที่ร่างกายเธอกลับไม่ล้มไปตามกาลเวลาหรือแรงผลัก  แถมร่างกายที่ไร้หัวยังหันกลับไปหาสิ่งที่เพิ่งจะพุ่งผ่านและเฉือนศีรษะเธอจนกระเด็นไปอีกต่างหาก   มันช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับคนทั่วๆไปเหลือเกินหากพวกเขาได้มาเห็น

 

 

เคร้ง !!  เคร้ง!!  ฉั๊วะ!?

 

ร่างไร้หัวของหญิงสาวพุ่งทะยานไปหาสิ่งนั้นทันที  เธอใช้ร่มตวัดฟาดใส่สิ่งนั้น  แต่สิ่งนั้นก็ใช้ดาบในมือปัดร่มของเธอออก   แล้วฟันร่างกายเธอแถมเข้าให้อีกหลายจุด  ร่างกายของหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดโจมตีแต่อย่างใด  ร่างของเธอยังคงโจมตีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ  แต่สิ่งนั้นก็ปัดป้องอาวุธของเธอได้ตลอด  แถมยังฟันแถมกลับมาได้ทุกครั้งอีกต่างหาก  จนกระทั่งดาบที่อยู่ในมือของผู้บุกรุกแทงทะลุหัวใจของร่างหญิงสาวจนมิดด้าม  แล้วร่างของเธอก็นิ่งไป

 

" ฟุ๊บบบบ  พลุ๊ !? "

 

จู่ๆ ร่างของหญิงสาวที่นิ่งไปก็แตกตัวกลายเป็นค้างคาวฝูงใหญ่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า  ตอนนี้จันทรคราสเริ่มที่จะเคลื่อนตัวออกจากดวงจันทร์แล้ว  แสงจันทร์จึงเริ่มสาดส่องลงมาพอที่จะมองเห็นฝูงค้างคาวที่กำลังรวมกันเป็นร่างของหญิงสาวเรือนผมสีทองทรงทวิลเทลในชุดโกธิคโลลิต้าสีดำสลับแดง   กางร่มรูปแมวของเธอบินอยู่บนอากาศ  และแสงจันทร์เองก็ทำให้มองเห็นอาคันตุกะลึกลับที่เป็นหญิงสาวผมสีดำยาวทรงขั้นบันใดในชุดฮากามะสีดำครึ้ม  ที่ถือดาบคาตานะสีแดงเข้มไว้ทั้งสองมือได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

" มีไม่กี่คนหรอกนะ   ที่สามารถตัดหัวของข้าได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว  เจ้าเป็นใคร?  "  หญิงสาวถาม  แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากหญิงสาวผู้มาเยือน  จะมีก็แต่การโจมตีของเธอเท่านั้นเอง  ซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่ได้หวังจะเอาคำตอบจากผู้มาเยือนอยู่แล้ว

 

" หึ  เอางั้นก็ได้ "  หญิงสาวบ่นพร้อมๆกับรอยยิ้มที่มุมปาก  เมื่อเธอพุ่งทะยานเข้าหาหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างพร้อมๆกับรอยยิ้มที่หญิงสาวคิดว่าหายไปจากใบหน้าเธอมาแสนนาน

 

 

กาลเวลาล่วงผ่านพ้นไปอีกหลายร้อยหลายพันปี  และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันอีก  หากแต่ทั้งคู่กลับไม่ได้มีสถานะที่ต้องสู้รบปรบมือกันเหมือนเมื่อครั้งอดีต  เพราะสำหรับการพบเจอกันในครั้งนี้คือภารกิจที่ทั้งคู่ได้รับการขอร้องไหว้วานมา  หรือจะพูดให้ถูกคือมีเพียงแค่หญิงสาวผมดำที่ชื่อกราวด์ เวอน่า เท่านั้น   ที่ได้รับการขอร้อง  ส่วนหญิงสาวผมทองทวิลเทลที่ชื่อเรเชลนั้น   แค่ถูก กราวด์  ลากให้ตามมาด้วยเท่านั้นเอง

 

" ที่นี่มันที่ไหนอีกล่ะกราวด์ ? "  เรเชลถามเพราะทั้งคู่กำลังเดินไปตามทางหินอ่อนที่วางเรียงสลับเป็นทางเดินยาวในป่าทึบ   หลังจากออกมาจากประตูมิติเรียบร้อยแล้ว

 

" เอาน่า  ก่อนกลับคฤหาสน์ของเจ้า   ชั้นจะพาไปแน่ะนำให้รู้จักกับคนอื่นๆที่พอจะหาตัวได้  ไม่แน่พวกนั้นอาจจะรู้จักคู่หมั้นเจ้าก็ได้นะ "

 

เรเชลหันขวับมามองกราวด์ที่อยู่ข้างๆทันควัน  แต่ดูเหมือนกราวด์จะไม่ได้สนใจอะไรเลย   นอกจากมองปราสาทหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า  ปราสาททรงยุโรปสีดำทมิฬที่ดูแล้วไม่ต่างจากคฤหาสน์ของเรเชลเท่าไหร่นัก  ถ้าจะมีความแตกต่างกันจริงก็คงเป็นที่ขนาด  รูปทรง  แล้วชื่อเรียกก็เท่านั้น

 

" เหอะ "

 

เรเชลร้องขึ้นเบาๆเมื่อทั้งคู่เดินทะลุแนวป่าออกมาแล้ว   เธอแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อมองดูพระจันทร์ที่กำลังเต็มดวงด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์    เรเชลนั้นไม่ชอบแสงจันทร์นัก  ไม่ใช่ว่าเธอแพ้แสงจันทร์หรอกนะ  แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบแล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องสาธยายข้ามโลกให้ใครต่อใครฟังด้วยว่าเธอไม่ชอบมันยังไง   เรเชลถอนหายใจเฮือกใหญ่  แล้วทันใดนั้นเอง  จันทรคราสที่ไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นก็กัดกินดวงจันทร์อย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียงเสียววินาที  ค่ำคืนนี้ก็กลับกลายเป็นคืนเดือนมืดไปในทันใด

 

" เอาอีกแล้วนะเจ้าเนี่ย  ตอนเจอกันครั้งแรกก็เหมือนกัน  รู้ไหมว่าตาของชั้นน่ะมันไม่ได้มองได้ทั้งกลางวันกลางคืนนะ "  กราวด์บ่นเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงจันทร์สว่างไสวถูกจันทรคราสกัดกินจนกลายเป็นคืนเดือนมืดไปซะแล้ว

 

" ขนาดนั้นเจ้ายังตัดหัวข้าได้ในดาบเดียวเลยนะ  คิดว่าข้าไม่เจ็บรึไง "

 

เรเชลบ่นบ้าง   ทั้งคู่คุยกันตามรายทางไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของปราสาท  เรเชลมองซ้ายมองขวาสักพักเพื่อสำรวจรอบๆ  เธอค่อยๆเอื้อมมือไปที่กระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตูเพื่อสั่นเรียกคนในบ้านให้มาเปิดประตู   แต่ยังไม่ทันที่เรเชลจะได้จับเชือกห้อยกระดิ่งนั่นเอง

 

" โครมมมมม "

 

เสียงกระแทกของอะไรบางอย่างดังลั่นไปทั่วทั้งปราสาท  ค้างคาวหรือสัตว์ปีกตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่พักพิงใช้ตัวปราสาทหลังนั้นสร้างรัง  ต่างพากันบินหนีจ้าละหวั่น   เรเชลต้องยกมือขึ้นมากุมหัวของตัวเองเพราะความไร้มารยาทของกราวด์   ตัวการที่ถีบประตูปราสาทหลังนั้นจนปลิวหายไปไหนก็ไม่รู้อย่างช่วยไม่ได้

 

" เพราะแบบนี้ล่ะถึงโดนสกายไฮ   กับ ทาล๊อตเต้  ฟลัง  ไล่ตะเพิดมา  "

 

เรเชลคิดถึงตอนก่อนหน้านี้สักสามสี่วันก่อน ที่เธอถูกกราวด์ลากไปหาสกายไฮ กับฟลัง  แล้วเธอก็หวังว่าเหตุการณ์จะไม่ซ้ำรอยกันอีก  แต่ดูเหมือนว่าเธอจะกังวลมากจนเกินไปก็ได้  เพราะถึงแม้กราวด์จะทำเรื่องซะขนาดนั้น   แต่คนในปราสาทก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกมาเลยสักนิด  ราวกับว่าปราสาทหลังนี้เป็นปราสาทร้างทั้งๆที่ภายในปราสาทออกจะสะอาดต่างจากภายนอกโดยสิ้นเชิง  แม้จะมีตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยกองทิ้งไว้ตรงนั้นตรงนี้จนดุรกไปถนัดตาก็เถอะ  ถ้าไม่ติดว่าปราสาทหลังนี้มีเจ้าของแล้ว   บางทีเรเชลอาจจะขนข้าวขนของมาอาศัยอยู่ที่นี่เลยก็น่าจะดี   หรือไม่ก็เชือดเจ้าของทิ้งซะแล้วค่อยขนมาอยู่ทีหลังก็ยังได้

 

" เป็นความคิดที่ดีมาก   ทำให้ชั้นอดดูพระจันทร์เต็มดวงยังไม่พอ  ยังจะเชือดชั้นอีกต่างหาก  สมแล้วที่เป็นความคิดของจ้าวราชันย์แวมไพร์ที่มืดมิดที่สุด   หมายเลข 15  แห่งอัศวินลิบราเทอร์ร่าเฟีย  Halloween [ ค่ำคืนแห่งเหล่ามารร้าย ]  เรเชล  แวนดาร์ค  ไนน์คลอ  ดรากูเลีย  "

 

เรเชลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีเสียงดังขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้  ไม่ใช่ว่าเธอตกใจที่เจ้าของเสียงนั้นรู้ความคิดของเธอ  แต่เธอตกใจที่เธอจับต้นตอของเสียงไม่ได้เลยต่างหาก  ทั้งๆที่แวมไพร์อย่างเธอมีประสาทรับรู้เป็นเลิศในทุกๆด้าน  แต่ก็ยังคงหาที่มาของเสียงไม่ได้อยู่ดี  ไม่เหมือนกับกราวด์ที่ดูเหมือนจะรู้อะไรๆอยู่แล้ว

 

" เธอเองก็ด้วย Waffe Memory  [ ความทรงจำแห่งศาตราวุธ ] ต้องพังบ้านชั้นอีกกี่ครั้งถึงจะพอใจ  รู้รึปล่าว ว่าหลังจากที่เธอไปชั้นต้องมานั่งซ่อมบ้านมันลำบากแค่ไหน ฮึ "  เจ้าของเสียงเริ่มต่อว่าทั้งคู่เป็นการใหญ่  แน่นอนว่ากราวด์ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว  เมื่อการเทศนาชุดใหญ่ผ่านพ้นไป  เจ้าของเสียงลึกลับก็เริ่มเข้าประเด็นเสียที

 

" เอ้า  ว่าแต่มาหาชั้นมีเรื่องอะไรเหรอ?  "

 

"ก็มีคำถามจะถามสักหน่อย  อ่อมาเยี่ยมด้วย  ไงๆก็ออกมาพบหน้ากันหน่อยก็ดี  "  กราวด์บอก

 

" ทำไมชั้นต้องออกไปพบหน้าคนที่พังบ้านชั้นด้วยล่ะ  ชั้นไม่ฆ่าพวกเธอสองคนตั้งต่เจอหน้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว "

 

เจ้าของบ้านพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างรุนแรง  จากน้ำเสียงและตัวปราสาทที่สั่นสะท้านมันบ่งบอกว่าเขาเอาจริง   แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้เกรงกลัวต่อคำขู่เลยแม้แต่นิดเดียว  โดยเฉพาะเรเชลที่ต้องมานั่งทนฟังเทศนาที่ใครก็ไม่รู้มาเทศความผิดตนเองไม่ได้ก่อ  แถมยังโดนขู่ฆ่าทิ้งอีกต่างหากถ้าไม่ติดว่ากราวด์ห้ามไว้ล่ะก็  เรเชลคงถล่มปราสาทนี้ให้ราบไปซะเดี๋ยวนั้นแล้ว

 

" แม้แต่ชั้นจะมีข่าวของ [ราชันย์สีชาด]  มาบอกงั้นเหรอ? "

 

คำพูดของกราวด์แค่ประโยคเดียว   ทำให้เสียงทั้งหมดที่ดังก้องอยู่ในปราสาทจนถึงเมื่อครู่หายไปในทันที  เรเชลเองก็สังเกตเห็นจุดนี้เหมือนกัน   ทำให้เธอมีความคิดว่าคนๆนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวพันกับ [ ราชันย์สีชาด ]  ที่เธอเพิ่งไปพบมาเมื่อไม่นานนี่แน่ๆ  หากไม่ใช้ความแค้นสุดลึกล้ำ  ก็น่าจะเป็นอย่างอื่น  แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว  แต่แล้วความคิดของเธอก็หยุดลง  เมื่ออยู่ๆ  ตุ๊กตาตัวหนึ่งจากตุ๊กตานับร้อยนับพันที่นอนเรียงรายอยู่ในปราสาทกำลังลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ  มันเป็นภาพที่น่าแปลกใจสำหรับเรเชลพอสมควร  ที่ตุ๊กตาตัวนึงกำลังเริ่มมีเนื้อมีหนังห่อหุ้ม จมูกของเรเชลรับรู้ได้ถึงกลิ่นเลือดและชีวิตที่เริ่มก่อกำเนิดขึ้นมาจากศูนย์  จากวัตถุดิบที่ใช้ทำตุ๊กตา  กลับกลายมาเป็นร่างหญิงสาวชาวมนุษย์ที่มีเลือดและเนื้อหนัง   ถึงเธอจะเคยได้ยินเรื่องราวของดอลล์มาสเตอร์  พัพเพทมาสเตอร์   หรืออะไรต่างๆเทือกนั้นมาบ้างแต่เธอก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถทำแบบนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว

 

" จะยอมฟังก็ได้  แต่ชั้นมีข้อแม้  "  หญิงสาวที่เปลี่ยนจากตุ๊กตากลายเป็นมนุษย์กล่าว  ก่อนที่ทั้งคู่จะยอมรับข้อตกลง

 

จันทร์เต็มดวงส่องแสงลงมายังโลกอีกครั้ง  พร้อมๆกับหญิงสาวสามคนที่นั่งจิบชาอยู่ระเบียงปราสาทโดยมีตุ๊กตาพ่อบ้านสองสามตัวยืนคอยรับคำสั่งจากหญิงสาวทั้งสาม  แม้เรเชลจะไม่ค่อยพอใจกับการที่ต้องมานั่งจิบชาใต้แสงจันทร์นัก  แต่เธอก็มีมารยาทพอที่จะยอมรับเรื่องเล็กน้อยนี้ได้  ถึงยังไงมันก็เป็นข้อตกลงระหว่างพวกเธอกับเจ้าของปราสาทนี่นะ

 

" เอาล่ะ  ไหนๆก็พบหน้ากันอีกครั้งแล้ว  จะแนะนำตัวอีกสักหนก็คงไม่มีใครว่าสินะ ข้าชื่อกราวด์  เวอน่า  "

 

"  เรเชล  v.d  ดรากุเลีย "

 

" ส่วนชั้น  แอคติคอล  วินเทจ  บลายธ์  "

 

ทั้งสามคนแนะนำตัวกันให้แก่ผู้ที่ยังไม่ทราบได้รู้กัน  เมื่อเรเชลได้รู้ถึงชื่อของหญิงสาวเจ้าของปราสาทแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว  เธอเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก  ราวกับว่าเธอเคยได้ยินชื่อของคนๆนี้ที่ไหนซักแห่ง  แต่มันคงไม่สำคัญเท่าไหร่มั้งเธอถึงนึกไม่ออกในทันที   เรเชลพยายามไตร่ตรองดูให้ชัดๆถึงความทรงจำของเธอ  และแล้วเธอก็นึกมันออกจนได้

 

" แอคติคอล  วินเทจ  บลายธ์  Doll Factory  ( โรงงานตุ๊กตาไร้สิ้นสุด ) หมายเลข 8  แห่งอัศวินลิบราเทอร์ร่าเฟีย  น่ะเหรอ ?  "

 

" เป็นเกียรติมากที่คุณหนูแห่งตระกูลดรากูเลียยังพอจะจำชั้นได้  ดีใจจริงๆ "

 

บลายธ์โค้งของคุณให้เรเชลเล็กน้อย  ถึงในสายตาเรเชลจะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์กับคนๆนี้ก็เถอะ  แต่กระนั้นบลายธ์ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเรเชลอีก  ในตอนนี้  บลายธ์แค่ต้องการจะรู้เรื่องที่ตัวเองอยากรู้เท่านั้น  เมื่อชาบนโต๊ะถูกจัดวางและรินปริ่มเพียงพอต่อการดื่มกินเรียบร้อยแล้ว   บลายธ์ก็เริ่มถามทั้งคู่ทันที

 

" เอาล่ะ  จะบอกชั้นได้รึยังเกี่ยวกับเรื่องของ [ ราชันย์สีชาดน่ะ ]  "

 

" ใจคอเจ้าไม่คิดจะถามเรื่องอื่นเลยรึไง  "  กราวด์ถาม

 

" เรื่องอื่นชั้นไม่สนอยู่แล้ว  ต่อให้เกิดสงครามมิติ  หรือพวกเธอจะไปตายที่ไหนมันก็ไม่ใช่เรื่องของชั้นนี่ "

 

บลายธ์ยืนยันเสียงแข็ง   แม้แต่เรเชลยังเห็นด้วยกับคำพูดของบลายธ์   เพราะถ้าหากเป็นตัวของเธอเอง  เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรกับการกระทำของคนอื่นอยู่แล้ว  นอกซะจากไอ้การกระทำที่ว่ามันจะมีผลกระทบถึงตัวเธอ

 

" งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน  เพี่อเป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสาร  หากเจ้าเอาชนะเรเชลได้  ชั้นจะบอกข่าวของราชันย์สีชาดให้  แต่ถ้าเจ้าแพ้ล่ะก็  หึหึหึ  "

 

เรเชลแทบสำลักชาที่เธอกำลังดื่มอยู่เมื่อครู่เมื่อได้ยินคำพูดของกราวด์  ทั้งๆที่เรื่องมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอแท้ๆ  ทำไมเธอต้องเป็นคนออกไปสู้ด้วยเนี่ย  ถึงแม้เรื่องที่จะถามมันจะเป็นเรื่องของเธอก็เถอะ  แต่จะว่าไป  ตัวเรเชลเองก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องราวของคู่หมั้นที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าอยู่แล้ว    เรื่องการหมั้นเองถ้าเธอจำไม่ผิดมันก็เป็นเรื่องก่อนที่เธอจะเกิดซะอีก  แล้วดูเหมือนทางฝ่ายของบลายด์เองก็ท่าทางจะไม่พอใจเหมือนกัน

 

" จะบ้าเหรอ  จะให้ชั้นคนนี้สู้กับยัยเด็กนี่น่ะนะ  ชั้นไม่ได้งานอดิเรกชอบรังแกเด็กนะ "

 

" ข้าตกลง !! "

 

คำตอบรับการดวลของเรเชล   หยุดคำพูดที่พยายามปฏิเสธการท้าประลองของบลายธ์ในทันใด   ทั้งๆที่เมื่อครู่ท่าทีของเรเชลเองก็ยังเห็นด้วยกับบลายด์ด้วยซ้ำ  แล้วอยู่ๆทำไมเรเชลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วนัก   บลายธ์มองไปหาเรเชลที่กำลังหลับตาเพื่อให้การรับรสดื่มชาติของชาชั้นเลิศด้วยความสงสัยอยู่สักพัก   ก่อนที่ถ้วยชาของเรเชลจะถูกวางไว้บนโต๊ะที่เดิมของมันแล้วเธอก็ลุกขึ้นลอยออกไปรอที่ลานใกล้ๆกับโต๊ะดื่มชา

 

" พวกเราเหล่าแวมไพร์น่ะ  เมื่อพลังตื่นขึ้นร่างกายก็จะหยุดการเจริญเติบโต  ข้าเองก็ไม่ได้ชอบร่างของเด็ก 14 ขวบนี่เท่าไหร่หรอกนะ  ลุกขึ้นมา  บลายธ์  ข้าจะทุบเจ้าให้แหลกคามือ  เอาแบบให้แยกไม่ออกกับตุ๊กตาเน่าๆที่นอนอยู่ในปราสาทของเจ้าซะเลย  "

 

ในที่สุด  บลายธ์ก็เข้าใจแล้ว  ว่าทำไมเรเชลถึงได้เปลี่ยนท่าทีเร็วนัก  แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดแม้แต่น้อย   บลายธ์ถอนหายใจสั้นๆแล้วค่อยๆลุกขึ้น  เธอไม่ได้กลัวเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าหรือการต่อสู้  แต่เธอเห็นว่าการต่อสู้มันเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองและไม่จำเป็น  แต่มันก็มีบ้างกับบางครั้งในกรณีที่เธอยอมไม่ได้อย่างเช่นตอนนี้ที่เหล่าตุ๊กตาที่น่ารักของเธอถูกหาว่าเป็นขยะเน่าๆ  บลายธ์ส่งสายตามาทางกราวด์อย่างเหนื่อยหน่าย

 

" งั้นชั้นขอยืมตัวเธอหน่อยก็แล้วกัน  กราวด์  บางทีน่ะนะ "

 

" หืม? แย่จัง  ชั้นกะว่าจะนั่งดูเฉยๆนะเนี่ย  แต่เอาเถอะ งั้นชั้นจะไม่ขัดขืนก็แล้วกัน "

 

เมื่อทั้งคู่ตกลงกันได้แล้ว  บลายธ์ก็เดินมาหยุดตรงหน้าเรเชล   บลายธ์ดึงชายกระโปรงโกธิคโลลิต้าของเธอขึ้นแล้วโค้งให้กับเรเชลเพื่อเป็นมารยาทของการประลอง  เรเชลเองก็เช่นกัน    ทั้งคู่ยืนนิ่งมองดูกันโดยที่ไม่มีใครยอมขยับ  อย่างที่รู้กันว่าการต่อสู้ของยอดฝีมือนั้น  ฝ่ายที่ขยับก่อนจะถูกอ่านทางออกและถูกสวนกลับได้ง่าย  การต่อสู้ของเหล่าอัศวินแห่งริบลาเองก็เช่นเดียวกัน  ถึงแม้มันจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันก็เป็นส่วนใหญ่  ยกเว้นกับบางคน  บางคนที่กำลังนั่งรับชมการประมือที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้อยู่ห่างๆ

 

" เปรี้ยง!  "  

 

หมัดขวาของเรเชลพุ่งเข้าไปที่แก้มของบลายธ์อย่างจัง  เรเชลรู้สึกว่าตัวเองชกโดนร่างกายมนุษย์แน่ๆถึงแม้เธอจะเห็นด้วยตาตอนที่บลายด์ลุกขึ้นมาจากเศษซากตุ๊กตาเป็นครั้งแรก  เธอรู้สึกทึ่งกับความสามารถที่เปลี่ยนตุ๊กตาให้กลายเป็นมนุษย์จริงๆได้  แต่มันก็เท่านั้นแหละ  ถึงแม้มันจะเป็นความสามารถที่ดูจะพิเศษแต่มันก็เอามาใช้ในการต่อสู้ไม่ได้อยู่ดี  เรเชลไม่รอช้าขณะที่บลายธ์กำลังเพลี่ยงพล้ำ  หมัดซ้ายของเรเชลก็พุ่งเข้าไปที่ชายโครงของบลายธ์ต่อทันที

 

" เปรี้ยง!!  กร๊อบบ!?  "

 

" อุ๊กก "

 

เสียงกระดูกกระทบเข้ากับหมัดอันหนักหน่วงของเรเชลดังสนั่น  เจ้าตัวถึงกับกระอักเลือดและทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นทันทีพร้อมๆกับความสงสัยที่เกิดขึ้นในความคิดส่วนลึก  เพราะอยู่ๆ  หมัดอันรุนแรงและรวดเร็วของเรเชลกลับพุ่งมาอัดเข้าที่ชายโครงของตัวเองซะงั้น  เรเชลต้องเอามือของตนมากุมบาดแผลเอาไว้ด้วยความสงสัย  สายตาของเธอมองไปหาบลายธ์ที่กำลังลุกขึ้นยืน  ใบหน้าของบลายธ์เริ่มแตกออกเป็นชิ้นๆจากจุดที่โดนหมัดของเรเชลเข้าไปในตอนแรก  แถมด้วยรอยยิ้มของบลายในตอนนี้ช่างดูน่ากลัวจับใจจริงๆ

 

" เอ้าๆ  ลุกขึ้นได้แล้ว  การต่อสู้ยังไม่รู้ผลเลยนะ "

 

บลายธ์บอกกับเรเชล  แต่ถึงไม่บอก  เรเชลก็กำลังจะลุกขึ้นเองอยู่แล้ว  เมื่อเธอตั้งท่าได้  เธอก็กระโจนเจ้าไปหาบลายธ์ในทันที  และปล่อยหมัดขวาออกไปโดยเล็งใบหน้าของบลายธ์อีกครั้ง   แต่หมัดของเรเชลกลับหวืดโดยที่บลายธ์ยังไม่ได้หลบเลย    กระนั้นเรเชลก็ยังไม่ยอมแพ้ปล่อยลูกเตะไปทันทีที่พลาดแต่ผลมันก็ยังเหมือนเดิมคือพลาด  เรเชลรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเธอจึงกระโดดถอยกลับไปตั้งหลักอีกครั้ง

 

" เป็นอะไรไปอีกล่ะ  ถอยไปซะไกลเลย  ไม่โจมตีแล้วเหรอ?   - งั้น...  ตาชั้นมั่งล่ะนะ "

 

" เปรี้ยงงง !! "

 

สิ้นเสียงของบลายธ์  หมัดขวาของเรเชลก็พุ่งเข้าที่หน้าของตัวเองอีกครั้ง   เลือดของเรเชลไหลรินออกมานิดหน่อยที่มุมปาก  แม้มันจะเป็นอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย   แต่เธอกลับรู้สึกเจ็บใจอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องมาโดนตัวเองทำร้ายแบบนี้ถึงสองครั้งสองครา  เรเชลเริ่มสับสนกับความสามารถของบลายธ์  และความสับสนของเรเชลนั้นมันก็เป็นไปตามแผนที่บลายธ์คิดเอาไว้อยู่แล้ว

 

" เอาล่ะเลิกเล่นได้แล้วเด็กน้อย  ตายๆไปซะเถอะ "

 

บลายธ์พุ่งทะยานเข้ามาหาเรเชลอย่างรวดเร็ว   เรเชลเห็นดังนั้นก็ยกมือของเธอขึ้นมาเตรียมป้องกัน  แต่แขนทั้งสองข้างของเรเชลกลับไม่ทำตามคำสั่ง  มันค่อยๆกางออกจากกันราวกับว่าตัวเรเชลโดนตรึงด้วยไม้กางเขนที่มองไม่เห็น   ก่อนที่มือของบลายธ์จะแทงทะลุหน้าอกของเรเชลไป  บลายธ์ยกร่างที่ชุ่มเลือดของเรเชลขึ้นมา   ทั้งๆที่มือของบลายยังเสียบคาหน้าอกของเรเชลอยู่  แล้วเธอก็สลัดร่างของเรเชลทิ้งไปท่ามกลางสายตาของกราวด์ที่มองดูอยู่ห่างๆ  หญิงสาวจ้องมองหัวใจดวงเล็กๆในมือชั่วครู่  แล้วขว้างมันทิ้งแบบไม่ใยดี

 

" ทำไมยัยหนูอ่อนแอคนนี้ถึงได้เป็นหนึ่งในอัศวินแห่งริบลาเทียบชั้นพวกเราได้ล่ะเนี่ย  ไม่เข้าใจมาตรฐานของเธอคนนั้นเลย  ให้ตายสิ  "  บลายธ์บ่น    แล้วเธอก็ค่อยๆเดินเข้าไปหากราวด์ที่รอท่าอยู่เพื่อทวงสัญญาแต่เธอก็ต้องหยุดเมื่อรู้สึกอะไรบางอย่างจากด้านหลัง

 

" ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะ  ว่าแม่มดดำนั่นคัดเลือกยังไง  แต่ที่แน่ๆ  พวกเราทั้ง 21 ล้วนแต่แข็งแกร่งที่สุดในมหามิตินี้ไม่ผิดแน่นอน  " 

 

กราวด์พูดขึ้นก่อนที่เธอจะชี้นิ้วของเธอไปด้านหลัง  ตรงจุดที่บลายธ์เคยทิ้งร่างของเรเชลไป   บลายธ์หันหน้ากลับไปมองเช่นกัน  แล้วเธอก็ต้องตกใจแม้จะไม่ได้แสดงออกตรงๆทางสีหน้าเมื่อร่างของเรเชลที่น่าจะตายไปแล้วลุกขึ้นมาอีกครั้งทั้งๆที่ร่างกายยังชุ่มเลือดแล้วหน้าอกของเธอก็ยังเป็นรูโบ๋อยู่ด้วย  แม้มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็เถอะ  แต่ปกติแล้วแวมไพร์ส่วนใหญ่นั้นหากถูกแทงทะลุหัวใจจะต้องตายไปนี่นา

 

" ทำข้าแสบนักนะ  ยัยตุ๊กตาซังกะบ๊วย  เห็นข้าประมาทหน่อยทำชุดเก่งข้าซะเป็นรูเลยนะ "

 

เรเชลสบถอย่างเดือดดาล  ดวงตาสีเลือดของเธอเปล่งประกายสีแดงฉานภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาด้านหลัง  เรเชลเรียกร่มคู่มือของตนออกมา  แล้วกางมันออกเพื่อให้มันช่วยบังแสงจันทร์ให้  แล้วเธอก็ค่อยๆก้าวเดินอย่างสุขม  แต่ละก้าวย่างของเธอล้วนมั่นคงและน่ากลัวจับใจ

 

" ดูดีขึ้น  แต่จะเปลี่ยนไปรึปล่าวมันก็อีกเรื่อง "

 

" ไม่ได้ผลหรอก  ชั้นพอจะเดาความสามารถของเธอได้คร่าวๆแล้ว  เธอควบคุมชั้นไม่ได้อีกแล้วล่ะ  "

 

แล้วก็เป็นจริงดังว่า   ซึ่งข้อนี้บลายธ์เองก็รู้อยู่แก่ใจ  หากเป็นคนอื่นนั้นคงไม่เป็นปัญหาสำหรับบลายธ์ที่จะควบคุมถึงแม้เจ้าตัวจะรู้ตัวแล้วก็เถอะ  แต่กับเหล่าอัศวินแห่งริบลาที่มีฝีมือเทียบเคียงกัน  มันคงใช้ไม่ได้ผลแน่ๆ  และตัวอย่างก็มีให้เห็นๆอยู่   ซึ่งก่อนหน้านี้นั้น  บลายธ์ใช้ความสามารถดอลมาสเตอร์ของเธอควบคุมเรเชลตอนที่เรเชลเผลอ  แล้วยิ่งตอนที่เรเชลรู้สึกสับสนมันก็ทำให้การควบคุมง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ  แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นแล้ว

 

" ยืนนิ่งทำไมล่ะ  หรือว่ากลัว  "

 

หมัดขวาของเรเชลพุ่งเข้าหาบลายธ์อีกครั้ง   และครั้งนี้บลายธ์ก็ยกมือขึ้นรับ  แต่เมื่อมือของทั้งคู่กระทบกัน  มือของบลายธ์ก็แตกออกเป็นชิ้นๆทันที  หมัดของเรเชลทะลุมือของบลายไปกระทบหน้าของบลายธ์ข้างที่เหลืออยู่จนหัวหลุดไปทั้งแผง   เท่านั้นยังไม่สาสมเมื่อเรเชลคว้าข้อเท้าของบลายธ์แล้วจับฟาดซ้ายทีขวาทีจนชิ้นส่วนร่างกายหลุดเป็นชิ้นๆ   แล้วเขวี้ยงร่างของบลายธ์เข้าไปในปราสาท

 

" เอ้า  ลุกขึ้นมา  ข้ารู้ว่าแค่นี้เจ้าต้องไม่เป็นอะไรแน่  ราตรีนี้ยังอีกยาวนัก  ข้าจะทำให้เจ้าได้พบกับความมืดอันไรก้นบึ้ง เอาจริงได้แล้ว  "

 

เรเชลร้องเอะอะ  แน่นอนว่าเธอต้องรู้อยู่แล้วว่าแค่นี้  บลายธ์ต้องไม่เป็นอะไรแน่  แล้วเธอเองก็คิดว่าบลายธ์คงจะยังไม่เอาจริงแน่ๆ  เพราะขนาดตัวเธอเองก็ยังเรียกไม่ได้เต็มปากว่ากำลังสู้ด้วย " ทุกอย่างที่มี "  แล้วเธอก็คิดถูกซะด้วย  เมื่อแรงกดดันอันน่ากลัวแผ่ฟุ้งออกมาพร้อมๆกับเสียงหัวเราะชอบใจของบลายธ์ 

 

" อิอิอิอิ !!!    สมกับที่เป็นหนึ่งในอัศวินแห่งริบลา   …ไม่สิ !?   ต้องบอกว่าเธอเหมาะสมแล้วกับอัศวินแห่งริบลาเทอร่าเฟียร์  ชั้นขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ก็แล้วกัน "

 

" หยุดพูดให้มากความ  แล้วเข้ามาเร็วๆเถอะ  ข้าไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเจ้ามากนักหรอกนะ  "

 

" งั้นก็ได้  คงต้องดัดนิสัยเสียๆนั่นหน่อยแล้ว  "

 

เมื่อบลายธ์พูดจบ   แรงกดดันทั้งหมดที่เคยมีก็พลันหายไปพร้อมๆกับการปรากฏตัวของเด็กสาวคนหนึ่ง   เธอมีผมยาวสลวยสีดำเงางาม  เช่นเดียวกับดวงตากลมโตสีดำของเธอ  ซึ่งมันก็ดูจะเข้ากับชุดโกธิกสีดำของตุ๊กตาฝรั่งเศษที่เธอสวมอยู่เหมือนกัน  ไม่ผิดแน่   นี่คือร่างจริงของบลายธ์   เรเชลรู้สึกได้ด้วยสัญชาติญาณที่ตื่นตัวของเธอ  แต่มีเพียงอย่างเดียวที่เธอยังไม่เข้าใจนั่นก็คือเรเชลไม่รู้สึกถึงชีพจรที่เต้นอยู่ในตัวของบลายธ์เลยแม้แต่น้อย ต่างกับกราวด์ที่อยู่ใกล้ๆโดยสิ้นเชิงน

 

" เอาล่ะนะ "  บลายธ์พูดขึ้นเป็นสัญญาณแล้วพริบตานั้นเอง

 

 

….

 

ฉั๊วะ !!?

 

ประกายของคมดาบคาตานะสีแดงโลหิตฟันผ่านลำคอของเรเชลจากด้านหลัง   ยังดีที่เรเชลรู้สึกและไหวตัวทันไม่งั้นหัวเธอคงจะหลุดจากบ่าอีกรอบแน่ๆ  เรเชลหันไปมองผู้ที่ลอบทำร้ายเธอแล้วเธอก็ต้องตกใจ  เมื่อกราวด์ที่ถือดาบคู่กายของตัวเองอยู่  พุ่งเข้ามาหาเรเชลอย่างรวดเร็ว  แล้วฟันฉับสะพายแล่งเข้าที่บ่าของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว

 

" นี่เจ้าทำบ้าอะไรกราวธ์  "  เรเชลถามด้วยความสงสัย

 

" โทษทีเรเชล   ไม่ใช่ชั้นหรอกนะ  "

 

กราวด์ที่ยืนอยู่ข้างๆบลายธ์ร้องบอก   แต่มันกลับสร้างความสงสัยให้กับเรเชลมากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว   เรเชลยืนนิ่งเพื่อใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง   เธอเบิกตากว้างขึ้นแล้วเธอก็มองไปหาบลายธ์ที่ยืนอยู่ข้างๆเมื่อความคิดและข้อสงสัยได้คลีคลายหลั่งไหลออกมาจากสมองของเธอ  มันน่าจะเป็นสิ่งที่เธอน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ

 

" ดอลล์  มาสเตอร์ ? "  เรเชลแผดร้องด้วยเสียงอันดัง  และเสียงร้องของเธอมันก็ทำให้บลายธ์แสยะยิ้มออกมา

 

" ปิ้งป๊อง !  ถูกต้องแล้ว   ชั้นคือดอล  มาสเตอร์   และวิชาที่ใช้อยู่ตอนนี้มีชื่อว่า  Dowsing Control [ สูบชีพลอกชีวิต ]  มันสามารถควบคุมเป้าหมายแล้วสามารถใช้พลัง  ฝีมือ  แล้วก็ความสามารถของเป้าหมายได้ 100 %  อันที่จริงชั้นก็มีกองทัพส่วนตัวหรือวิชาอื่นๆอยู่เยอะแยะ  แต่เทียบกับความสามารถของอัศวินแห่งริบลาเทอร่าเฟียร์หมายเลข 18 แล้วมันคงไม่จำเป็นต้องใช้   เอาล่ะ   สาธยายมาเยอะแล้ว  คราวนี้เธอจะทำยังไงเมื่อต้องต่อสู้กับอัศวินแห่งริบลาถึง 2 คนล่ะ  Halloween [ ค่ำคืนแห่งเหล่ามารร้าย ]"

 

เรเชลยืนอึ้งสักพัก    มือทั้งสองข้างของเธอค่อยๆถูกดึงขึ้นมาประกบหัวเพราะความคิดไม่ลงรอยกันนิดหน่อย    ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้บลายธ์กับกราวด์ตกลงอะไรกัน   เธอรู้สึกเหมือนตัวเองโดนก่อกวนความสงบสุขในชีวิตขึ้นทุกวันๆเมื่อได้พบเจอกับหญิงสาวคนนี้   และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เธอรู้สึกแบบนั้น   แสงจันทร์เต็มดวงที่สาดส่องเริ่มค่อยๆมืดลงอีกครั้งด้วยจันทรคราสที่เริ่มกัดกิน  จนในที่สุดความมืดมิดอันไร้ขีดจำกัดก็คลอบคลุมโลกทั้งใบ  เรเชลเหลือบตาที่เปล่งประกายสีโลหิตไปยังบลายธ์กับกราวด์ที่อยู่ตรงหน้าแล้วเธอก็แสยะยิ้มออกมา

 

" หึ  ไม่ว่าหน้าไหนก็เหมือนกันหมด "

 

" เข้ามาเลย   แล้วชั้นจะส่งพวกเธอสองคนลงไปในความมืดไร้ก้นบึ้งเอง  "

 

เรเชลกู่ร้องก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าหาหญิงสาวทั้งสองที่รออยู่  และไม่ว่าผลมันจะเป็นเช่นไร  สิ่งที่เหลือเอาไว้ก็แค่เพียง "ความทรงจำเสี้ยวหนึ่ง  "  เท่านั้นเอง

Deus Ex Machina Nirvana

posted on 15 Aug 2011 14:58 by ejichiki  in BackgroundTheWhiteArmy

BackgroundName : Antique crowne  ( แอคติคอล คราวเน่ )  

Ahead: Suigintou

Franchise : Ejichiki  World 

Birth : ???

Three sizes : ???

Character type : Doll

Job Class : Doll Master   

   เด็กสาวผู้มีร่างกายเป็นตุ๊กตาและไร้ซึ่งความทรงจำเก่าก่อน  เธอเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก  และเธอก็ไม่ต้องการให้มีสิ่งใดๆมารบกวนเธอด้วย ฉะนั้นในบางครั้งเธอจึงดูโหดร้ายสำหรับคนอื่นๆมาก  แม้ปกติเธอจะไม่ได้ทำร้ายใครแต่ถ้าเธอได้ลงมือเมื่อไหร่  เธอจะเล่นสนุกกับร่างกายของเหยื่อให้เต็มที่ก่อนเพื่อให้สาแก่ใจ  แล้วค่อยฆ่าทิ้งทีหลังเมื่อเบื่อแล้ว
 
   ประวัติของคราวเน่นั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับซับซ้อนมาก  อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเธอไม่มีความทรงจำสมัยก่อน  เธอจึงพยายามหาอดีตของตัวเอง  กับหนังสือในคฤหาสน์ร้างที่เธอตื่นขึ้นมาในตอนแรก  เผื่อว่าจะมีซักเล่มที่บันทึกเรื่องราวของเธอเอาไว้  แต่ก็พบกับความว่างเปล่าเธอจึงจำเป็นต้องออกเดินทางตามหามันเองแม้ว่าหนทางที่เดินจะเปื้อนเลือดสักเท่าใดก็ตาม

   คราวเน่เป็นดอลล์มาสเตอร์ที่มีพรสวรรค์  เวทย์มนต์โนว่าที่เธอใช้ก็เป็นเวทย์มนต์ที่ทรงพลังราวกับสร้างขึ้นมาเพื่อดอลล์มาสเตอร์โดยเฉพาะ  ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเรียนมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็เถอะ หากคราวเน่เอาจริงเธอสามารถควบคุมเหล่าตุ๊กตาทั้งหมดที่มีในคลังให้ออกมาสู้รบได้สบายๆ ตุ๊กตาแต่ละตัวสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แถมด้วยการอัดเวทย์มนต์โนว่าเข้าไปทำให้ตุ๊กตาแต่ละตัวได้รับพลังเต็มร้อยโดยที่ไม่ต้องหารแบ่งตามจำนวน ซึ่งถ้าเธอใช้วิธีสู้แบบนี้จริงๆก็นับเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก


  อาวุธที่ใช้

  กางเขนแห่งแอมบริกซ์ - เป็นกางเขนขนาดจิ๋วเหมาะมือ มีความสามารถกระจายพลังเวทย์ให้ทั่วถึงและช่วยให้การควบคุมเหล่ากองทัพตุ๊กตาเป็นไปโดยง่ายขึ้นมากกว่าเดิม  เป็นสมบัติติดตัวเพียงชิ้นเดียวของคราวเน่ที่เธอมี  นอกจากกองทัพตุ๊กตา

  กองทัพตุ๊กตา - ประกอบไปด้วยเหล่าตุ๊กตานาๆชนิดที่ถูกอัดแน่นและเก็บเอาไว้ในคลังสมบัติของคราวเน่  ตุ๊กตาทั้งหมดคราวเน่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยตัวเองมีเพียง Antique Dollกับ Deus Ex Machina Nirvana เท่านั้นที่เธอไม่สามารถสร้างเพิ่มจากที่มีอยู่ในคลังสมบัติได้

-ตุ๊กตาไร้ชื่อ ( Doll )

    ตุ๊กตาพื้นฐานของคราวเน่ที่มีจำนวนมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วตุ๊กตาชุดนี้นั้นไม่ได้เอาไว้ควบคุมให้สู้รบโดยตรง ความสามารถของตุ๊กตาชุดนี้คือระเบิดมือดีๆนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าอานุภาพของมันก็ไม่ใช่เล่นๆ ไม่เพียงแค่ขว้างเท่านั้น คราวเน่ยังสามารถสั่งให้มันวิ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย หรือพุ่งโจมตีเหมือนจรวดก็ได้ เมื่อตุ๊กตากระทบหรืออยู่จุดที่ต้องการ มันจะระเบิดตัวเองโดยการเร่งพลังเวทย์ที่คราวเน่ส่งมา และทำลายทุกอย่างในรัศมี ตุ๊กตาชุดนี้เป็นของใช้แล้วทิ้งมันจึงมีจำนวนมาก ( มากกว่าหมื่นตัว ) และคราวเน่ก็ใช้บ่อยที่สุดด้วย

-กองพันตุ๊กตา ( Doll Battalion )

    ตุ๊กตาสู้รบชุดแรกของคราวเน่ที่มีศักยภาพทางการรบสูง ด้วยพลังป้องกัน ความเร็ว และความอึดที่มากกว่าตุ๊กตาชุดอื่นๆ อีกทั้งอาวุธที่หลากหลายทำให้พวกเขาเป็นกองทัพแนวหน้าที่พร้อมจะบุกทะลวงและทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองด้วยคำสั่งของคราวเน่ อาวุธของพวกเขานั้นมีทั้งดาบ ขวาน มีด หอก ง้าว ธนู หรือแม้กระทั่งปืน ( ปืนนี่ยิงด้วยพลังเวทย์นะจ๊ะ ) และพวกเขายังเป็นกองทัพที่มากที่สุดของคราวเน่ด้วย ( มีประมาณสามพันตัวได้ แต่ละตัวก็ถืออาวุธต่างๆกันไป )

-ตุ๊กตาเวทย์มนต์ ( Doll Background )

    ตุ๊กตาสู้รบชุดที่สองของคราวเน่ ด้วยจำนวนที่น้อยกว่าชุดแรกร่วมครึ่งต่อครึ่ง ( มีประมาณพันตัว ) อีกทั้งพลังป้องกัน ความเร็วและความอึดยังน้อยกว่าชุดแรก แต่กระนั้นด้วยพลังเวทย์ที่ถูกส่งผ่านมาจากคราวเน่ทำให้ตุ๊กตาชุดนี้สามารถยิงพลังเวทย์ซึ่งเป็นพลังที่มีอำนาจทำลายสูงออกมาได้ และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ตุ๊กตาชุดนี้น่ากลัวกว่ากองพันตุ๊กตาอย่างเทียบไม่ได้ ถึงแม้พวกเขาจะยิงได้แต่เวทย์มนต์พื้นฐานถึงระดับกลางก็เถอะ

-ตุ๊กตาโบราณ ( Antique Doll )

    ตุ๊กตาชุดที่สามของคราวเน่ซึ่งมีความสามารถมากกว่าตุ๊กตาทั้งหมดที่เธอครอบครองอยู่ แม้จำนวนของมันจะน้อย ( มีหกตัว ) แต่ความสามารถนั้นมากมายมหาศาล เพราะตุ๊กตาทั้งหกตัวนี้เป็นแบบจำลองของคราวเน่นั่นเอง ด้วยการสร้างที่ประณีตที่สุดทำให้มันสามารถทำทุกอย่างที่คราวเน่ทำได้ ทั้งพลัง ความเร็ว หรือแม้แต่พลังเวทย์ยังเกือบเทียบเท่ากับตัวของคราวเน่เองด้วยซ้ำ อีกทั้งยังสามารถใช้เวทย์แห่งความมืดและแสงสว่างที่คราวเน่สามารถใช้ได้ตามการส่งพลังเวทย์ด้วยเวทย์มนต์โนว่าอีก ซึ่งถ้าหากคราวเน่เรียกตุ๊กตาชุดนี้ออกมานั่นก็หมายถึงต้องสู้กับคราวเน่เจ็ดคนนั่นเอง

-ตุ๊กตาคืนชีพ ( Doll Resurrection )

    ตุ๊กตาที่ไม่ได้อยู่ในอาศัยอยู่ในคลังสมบัติของคราวเน่ และถึงแม้เธอจะเรียกมันว่าตุ๊กตา แต่เธอก็ไม่ได้พิศวาสมันเหมือนตุ๊กตาตัวอื่นๆหรอกนะ เพราะเนื้อแท้ของตุ๊กตาคืนชีพนั้นก็คือศพนั่นเอง ( ศพในความหมายของคราวเน่นั้นไม่ใช่ซากคนตายเสมอไป อย่างที่รู้ว่าตัวเธอนั้นเป็นตุ๊กตา ศพในความหมายของเธอก็คืออะไรก็ได้ที่พังไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนตาย หุ่นยนต์ที่พัง หรือแม้แต่วิทยุที่พังไปแล้วสำหรับคราวเน่นั้นมันก็เหมือนศพเช่นกัน ) เมื่อเธอเริ่มใช้งาน ศพที่ถูกเธอเชิดจะลุกขึ้นมารับคำสั่งเธอโดยไม่บิดพริ้ว ความสามารถของศพเองก็ยังคงเดิมทุกประการเหมือนตอนยังมีชีวิต แต่ส่วนมากคราวเน่ไม่ค่อยจะได้ใช้มันในการสู้รบเพราะเธอถือว่าไม่ควรไปรบกวนคนที่ตายไปแล้ว นอกซะจากบางทีเธอจะใช้มันเพื่อถามอะไรบางอย่างจากศพ

-จักรกลเทวะ นิลวาน่า ( Deus Ex Machina Nirvana )
   
    หากตุ๊กตาทั้งหมดของคราวเน่นั้นถือเป็นงานศิลปะชั้นยอด หุ่นจักรกลเทวะ นิลวาน่า นั้น ก็คือจุดสูงสุดแห่งศิลปะของคราวเน่นั่นเอง และหุ่นจักกลเทวะ นิลวาน่านั้นก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน มันคือตัวของคราวเน่นั่นแหละ ด้วยการส่งพลังของตัวเองผ่านเวทย์มนต์โนว่าไปยังตุ๊กตาทุกตัวที่มี จากนั้นดึงพลังที่ส่งผ่านไปยังตุ๊กตาทุกตัวกลับมายังตัวเธอ ด้วยพลังเวทย์ที่มากมายมหาศาลที่ถูกส่งมานั้นจะทำให้คราวเน่มีพลังหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นอย่างไม่เหลือเค้าเดิม แน่นอนถ้าหากเป็นคนอื่นๆที่ถูกดึงพลังเวทย์กลับมาย่อมทนไม่ได้( ถ้าเป็นร่างเนื้อแหลกแน่นอนเพราะพลังเวทย์ที่ดึงกลับมามันไม่ได้มีแค่เท่าตัวแต่มากกว่านั้น ) แต่สำหรับคราวเน่ที่เป็นตุ๊กตาที่ถูกสร้างมาอย่างดี ( ราวกับจะสร้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ) เธอจะรับพลังทั้งหมดเอาไว้แล้วกลายเป็นอาวุธที่ไม่สามารถควบคุมได้ ถึงแม้ร่างกายเธอจะไม่แปรเปลี่ยนแต่จิตใจของเธอจะอยู่ในสภาพคลั่ง เธอจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกัน และการทำลายจะหยุดลงก็ต่อเมื่อพลังเวทย์ที่ถูกดึงกลับมาหมดลงนั่นเอง


เพิ่มเติม
 
- ตัวคราวเน่อาจจะไม่รู้และมันอาจจะเป็นสิ่งที่เธออยากรู้ที่สุดก็เป็นได้ คนที่สร้างเธอขึ้นมาคือแอคติคอล  วินเทจ  บลายธ์ อัศวินริบลาเทอราเฟียหมายเลขแปด ซึ่งสร้างเธอขึ้นมาเป็นต้นแบบรองรับพลังเวทย์โนว่า  บลายธ์สร้างเธอจากศพเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว  ในตอนนั้นบลายธ์ถูกแม่ของเด็กคนนั้นขอร้องให้ช่วยทำให้เด็กคนนั้นฟื้นเธอจึงลงมือสร้างและเผื่ออะไรหลายๆอย่างเอาไว้ด้วย  แต่กว่าที่คราวเน่จะเคลื่อนไหวได้อีกครั้งก็ปาไปหลายร้อยปีให้หลัง  ความทรงจำของเธอจึงหายไปตามกาลเวลา  แถมบ้านของเธอก็กลายเป็นคฤหาสน์ร้างไปแล้ว  


 

[tólf] DreizehnHeart

posted on 15 Aug 2011 09:06 by ejichiki  in DreizehnHeart

Name : tólf ( โทฟ )

Old name : Amita ( อมิต้า )

Birth : ???

Three sizes : B72/W54/H76       164 cm   36 kg

Character type : hybrids ( Neko + Human ) 

Job Class : ??

status : ??

      นักรบแห่งไดรเซนฮาร์ทผู้ครอบครองรอยสักหมายเลข 12 เด็กสาวอารมณ์ดีสุดยอดตัวป่วนของไดรเซนฮาร์ท  เธอเป็นคนร่าเริงเกินพิกัดจนเกือบจะเข้าขั้นบ้า  ใบหน้าของเธอไม่เคยขาดรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะแถมเธอยังชอบทำให้คนอื่นหัวเราะทุกครั้งที่เป็นไปได้  แต่บางครั้งเธอก็แสดงออกเหมือนกับเด็กๆที่ชอบงอนเมื่อมีสิ่งไม่ถูกใจ  โดยเฉพาะเวลาที่เธอต้องจับคู่กับโรกุ  เพราะโทฟนั้นใจร้อนทำอะไรไม่ค่อยคิด  แถมยังชอบทำให้งานเสียบ่อยๆนั่นเอง 

      โทฟเป็นหนึ่งในสองไดรเซนฮาร์ทที่ใช้มือเปล่าเป็นอาวุธ  แต่จะว่ามือเปล่ามันก็ไม่เชิงซะทีเดียวเพราะพลังของโทฟนั้นคือการจำแลงสมิง  และร่างจำแลงของเธอก็ทรงพลังมากซะจนไม่ต้องใช้อาวุธเลยทีเดียว  แถมยังรวดเร็วจนน่าใจหาย แม้แต่ในหมู่พี่น้องไดรเซนฮาร์ทยังมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถจับตัวเธอได้เต็มมือ  แต่ถึงเธอไม่ได้แปลงร่างเธอก็เก่งอยู่แล้วล่ะนะ  แล้วดวงดาวแห่งนี้นั้นไม่มีการแบ่งแยกหรือรังเกียจในเรื่องของเผ่าพันธ์  พวกไฮบริดอย่างโทฟจึงมีมากมายหลากหลายประเภทด้วย

      งานหลักขอโทฟนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการดูแลรับใช้ท่านหญิงฟลัง( ชื่อที่พวกไดรเซนฮาร์ทเอาไว้ใช้เรียก ทาล๊อตเต้ ฟลัง )อย่างไกล้ชิดเท่านั้น  เธอเป็นทั้งคนรับใช้และบอร์ดี้การ์ดส่วนตัว  แต่อย่างที่รู้กันว่าบ้านของท่านหญิงฟลังนั้นเป็นโรงพยาบาล +กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะภัยสงคราม  เธอจึงต้องสู้รบปรบมือกับเด็กๆและคนไข้อยู่เสมอๆ  ไม่เหมือนพวกพี่น้องคนอื่นๆที่มาช่วยเหลือเป็นครั้งคราวไม่ได้อยู่ประจำ          

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ไม่มี

[Roku] DreizehnHeart

posted on 14 Aug 2011 13:18 by ejichiki  in DreizehnHeart

Name : Roku ( โรกุ , โรคุ )

Old name : Tsumabuki Suzaku ( ซึมาบูกิ  ซูซาคุ )

Birth : ???

Three sizes : B74/W54/H76       171 cm   42 kg

Character type : Human 

Job Class :  Blade Art

status : ??

      นักรบแห่งไดรเซนฮาร์ทผู้ครอบครองรอยสักหมายเลข 6 โรกุเป็นคนเงียบๆ ง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยพูดมากเท่าไหร่  เธอเป็นคนใจเย็นรอบคอบคิดก่อนทำเสมอ แล้วเธอยังเป็นคนเคารพในวิถีบูชิโดมาก เพราะเธอถือว่ามันเป็นแนวทางปฏิบัติที่มีเกียรติ  ปกติโรกุจะเข้าคู่กับโทฟเป็นประจำ  เพราะโทฟเป็นคนไม่ค่อยจะละเอียดละออกับงานที่ได้รับเท่าไหร่  โรกุจึงมีหน้าที่รองนอกจากหน้าที่ดั้งเดิมคือคอยดูแลโทฟไม่ให้หลุดนอกกรอบอีกด้วย  ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจรึรำคาญแม้แต่น้อย  แต่ก็มีบ้างในบางครั้งที่เธอต้องปฏิบัติงานคนเดียว  ส่วนใหญ่งานแบบนี้จะเป็นงานสายลับหรือคุ้มกันซะมากกว่า

      โรกุมีฝีมือทางดาบมากที่สุดในหมู่พี่น้องไดรเซนฮาร์ท  ถ้าเอาแค่เพลงดาบหรืออาวุธเพียงอย่างเดียวเรียกได้ว่าเธอสามารถเอาชนะพี่น้องคนอื่นๆได้สบายๆ  แม้แต่เนิฟกับเทอร์ทีนที่เป็นคู่แข่งทางเพลงดาบยังต้องยอมซูฮกให้กับโรกุมาตลอด  ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเธอคือผู้สืบทอด [ บันทึกแก่นแห่งศาตรา ] ของกราวด์ เวอน่า โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้  ทำให้เธอแข็งแกร่งมากแม้จะไม่ใช้ความสามารถอื่นๆ

      ในอดีตก่อนที่โรกุจะเป็นไดรเซนฮาร์ทนั้น  เธอเป็นทหารองครักษ์ของอาณาจักรแห่งหนึ่งบนดวงดาวแห้งแล้งสุดขอบจักรวาลอันไกลโพ้น ในตอนนั้นดวงดาวของเธอไกล้จะตายแล้ว เธอจึงได้รับคำสั่งจากกษัตริย์ของเธอให้ออกตามหาดวงดาวที่เหมาะสม  เพื่อให้เผ่าพันธ์ของเธออยู่รอด 

      โรกุรับคำสั่งแล้วออกเดินทางไปไกลแสนไกลจนได้พบกับดาวดวงหนึ่ง   มันมีขนาดใหญ่และอุดมสมบูรณ์กว่าดวงดาวใดๆที่เธอเคยพบเห็น  อีกทั้งเมื่อมองจากด้านบนแล้วว่าถึงดวงดาวนี้จะมีเจ้าของก็ยังมีพื้นที่มากพอที่พวกเธอจะอาศัยอยู่   โรกุจึงมุ่งหน้ากลับสู่ดวงดาวบ้านเกิดด้วยความดีใจ  แต่ความหวังที่เธอนำกลับมากลับกลายเป็นความสูญเปล่า  เมื่อดวงดาวบ้านเกิดของเธอตายไปแล้ว  ตายไปพร้อมกับอาณาจักรและเผ่าพันธ์ของเธอ

      ท่ามกลางความสิ้นหวังที่ประดังถาโถมดั่งคลื่นซัด  โรกุไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน  เธอไม่ยอมกินไม่ยอมนอน  สิ่งที่เธอทำก็แค่เพียงจ้องมองดวงดาวบ้านเกิดของเธอที่กำลังจะกลายเป็นหลุมดำอย่างช้าๆ เธอตั้งใจว่าหลังจากดาวบ้านเกิดหายไป เธอก็พร้อมจะตายตามดวงดาว  ตายตามมิตรสหายของเธอด้วยความเต็มใจ  แต่แล้วจู่ๆยานของเธอกลับถูกลากดึงด้วยยานอีกลำที่ทรงพลังมากกว่ายานของเธอนับพันเท่า  ยานของเธอถูกยานลำนั้นลากข้ามจักรวาลด้วยความเร็วที่เธอไม่เคยพบเจอพร้อมๆกับทิ้งเธอลงบนดวงดาวดวงใหญ่ที่เธอพบเจอก่อนหน้านี้ และเธอก็ได้พบกับเขาผู้ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล
 

 

อาวุธที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ดาบอาโอฮิเมะ - ดาบคู่มือของโรกุ  มีลักษณะเป็นดาบคาตานะสีดำสนิด  ตัวดาบไม่ได้มีความคมเหนือล้ำกว่าดาบเล่มอื่น  แต่มันกลับมีความสามารถในการดูดซับพลังโจมตีแล้วกระจายพลังโจมตีที่ได้รับให้หายไปจนหมด